UN เรียกร้องเข้าหารือกฎคุม AI พบโดดประชุมมากถึง 118 ชาติ จาก 193

ยูเอ็นเผยแพร่รายงานเรียกร้องให้ชาติสมาชิกร่วมมือในกรอบการหารือเพื่อควบคุมเอไอ หลังจากชาติสมาชิก 118 ประเทศ จาก 193 ประเทศไม่เข้าร่วม ขณะที่ยังไม่มีการก่อตั้งหน่วยงานระหว่างประเทศที่จะเข้ามาบริหารจัดการด้านเอไออย่างเป็นทางการ

วันที่ 19 กันยายน 2024  นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า องค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็นเรียกร้องให้คณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศด้านปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ  และกรอบการหารือระหว่างรัฐบาลด้านเอไอ ซึ่งจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง วางรากฐานกรอบการทำงานควบคุมไอเอในระดับโลกอย่างครอบคลุม

ข้อแนะนำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายงานที่พบว่า ราวกว่า 100 ประเทศไม่เข้าร่วมการหารือและมีสองสามประเทศ ได้แก่ สหรัฐ จีน กำลังแข่งกันตั้งมาตรฐานเกี่ยวกับว่าจะควบคุมเทคโนโลยีเอไอ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเกิดใหม่นี้อย่างไร แต่ประเทศฝั่งซีกโลกใต้ ซึ่งมีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่น้อยกว่า ส่วนใหญ่แล้วถูกกันออกจากความพยายามที่จะสร้างกฎควบคุมเอไอข้ามพรมแดน

รายงานจากหน่วยงานที่ปรึกษาด้านเอไอระดับสูงของสำนักเลขาธิการยูเอ็น ระบุว่า จากประเทศสมาชิกยูเอ็น 193 ประเทศ มีสมาชิกมากถึง 118 ประเทศที่ไม่เข้าร่วมในข้อริเริ่มควบคุมเอไอระหว่างประเทศใดๆเลย อาทิ เช่น กรอบหลักการเอไอของโออีซีดีหรือ OECD AI Principles , กรอบหลักการเอไอของ จี 20 หรือ G20 AI Principles และล่าสุด ปฏิญญารัฐมนตรีกรุงโซล หรือ Seoul Ministerial Declaration

ในขณะเดียวกันแคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมหารือในทุกข้อริเริ่มด้านการควบคุมเอไอระหว่างประเทศ

“ด้วยการพัฒนาเอไออยู่ในมือของบรรษัทข้ามชาติเพียงไม่กี่แห่งในไม่กี่ประเทศ ผลกระทบของการปล่อยให้ความเสี่ยงจากเอไอเกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่โดยไม่มีเหตุผลประกอบการตัดสินใจ” รายงานระบุ

หน่วยงานที่ปรึกษาเอไอระดับสูงของยูเอ็นเป็นคณะผู้เชี่ยวชาญที่ประกอบด้วยนักวิชาการ ผู้บริหารในแวดวงอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่รัฐบาล 39 คนจาก 33 ประเทศ รวมถึงผู้บริหารชาวอเมริกันจากกูเกิล ไมโครซอฟท์ และโอเพนเอไอ รวมถึงศาสตราจารย์สองคนจากจีน ซึ่งคณะผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ยังไม่มีกรอบการทำงานร่วมกันในระดับโลกเพื่อควบคุมเอไอ และยูเอ็นควรวางรากฐานของกรอบทำงานควบคุมเอไออย่างครอบคลุมในระดับโลกเป็นครั้งแรก และยังกล่าวอีกว่า ระบบบริหารจัดการเอไอต้องขยายไปทั่วโลกเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ในการหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านอาวุธเอไอ หรือ การแข่งขันกันอยู่ล่างหรือจุดต่ำสุด ในแง่ความปลอดภัยและสิทธิ

ขณะที่บางประเทศเรียกร้องให้สร้างสำนักงานควบคุมเอไอระหว่างประเทศเปรียบเทียบกับสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศเพื่อเทคโนโลยีนิวเคลียร์หรือไอเออีเอ  แต่คณะผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นไม่ได้เสนอแนะการตั้งองค์กรรวมศูนย์อย่างไอเออีเอในรายงานแต่อย่างใด โดยระบุว่า พวกเราระมัดระวังถึงความท้าทายในทางปฏิบัติต่อการก่อตั้งสถาบันระหว่างประเทศในระดับใหญ่ที่เป็นทางการ

ทั้งนี้ หนึ่งในความท้าทายในการก่อตั้งหน่วยงานควบคุมเอไอระหว่างประเทศคือ ความยากลำบากสำหรับสหรัฐและจีน ซึ่งต่างเป็นมหาอำนาจด้านเอไอของโลก เพื่อให้บรรลุฉันทามติร่วมกัน เนื่องจากสองชาติแข่งกันครอบงำเทคโนโลยีเอไอ

ข้อมูล/ภาพ : ประชาชาติธุรกิจ

แคนาดาลดโควตานักเรียนต่างชาติอีก 10% สกัดคนย้ายเข้าประเทศ

“เฟด” หั่นดอกเบี้ยแรง 0.5% ปรับทิศอุ้มเศรษฐกิจ “ซอฟต์แลนดิ้ง”