หุ้นจีนพุ่งแรงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง หลังแบงก์ชาติคลายนโยบาย-กระตุ้นศก.

ดัชนีหุ้นจีน CSI 300 พุ่งแรงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง นักลงทุนมั่นใจหลังธนาคารกลางผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่นักวิเคราะห์มองว่าจีนยังจำเป็นต้องปฏิรูปโครงสร้างและอาศัยนโยบายการคลังอีกมากเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

วันที่ 24 กันยายน 2024 ดัชนีหุ้นจีนพุ่งขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน หลังจากที่ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) ซึ่งเป็นธนาคารกลางของประเทศจีนประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงินหลายมาตรการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 

ดัชนี CSI 300 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นที่ใหญ่ที่สุด 300 อันดับแรกที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่พุ่งขึ้น 4.16% ปิดที่ 3,351.9 จุด เป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 หรือในรอบ 2 ปีครึ่ง 

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต (Shanghai Composite : SSEC) พุ่งขึ้น 4.15% ปิดที่ 2,863.13 จุด 

ขณะที่ดัชนีเซินเจิ้นคอมโพสิต (Zhenzhen Composite) พุ่งขึ้น 3.95 ปิดที่ 1,555.98 จุด 

ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็ง (HSI) ของฮ่องกง ซึ่งมีบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่จดทะเบียนซื้อขายอยู่เป็นจำนวนมากก็พุ่งขึ้น 4.13% ปิดที่ 19,000.56 จุด นับเป็นระดับที่ดีสุดในรอบ 7 เดือน และทะลุ 19,000 จุดเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้

ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า ธนาคารกลางจีนกล่าวว่าจะลดอัตราเงินส่วนเงินสำรองขั้นต่ำของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 50 เบซิสพอยต์ (Basis Point) แต่ไม่ได้ระบุเวลาไว้อย่างชัดเจน ทั้งยังประกาศอีกว่าจะลดอัตราดอกเบี้ย Reverse Repo อายุ 7 วัน (การซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืนระยะ 7 วัน) ลงจากอัตรา 1.7% เหลือ 1.5%

พาน กงเซิ่ง (Pan Gongsheng) ผู้ว่าการธนาคารกลางประชาชนจีนยังกล่าวอีกด้วยว่า จะลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกหนี้ชั้นดี (Loan Prime Rate) หรือ LPR ลงอีก 0.2 ถึง 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ (percentage point) โดยไม่ระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นประเภทระยะ 1 ปีหรือ 5 ปี ซึ่งขณะนี้ LPR ระยะ 1 ปีมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.35% และ LPR ระยะ 5 ปีมีอัตราดอกเบี้ย 3.85%

ส่วนมาตรการอื่น ๆ ได้แก่ ลดเงินดาวน์บ้านหลังที่สองลง ตลอดจนการจัดสรรเงินกู้ระยะยาว 1 ล้านล้านหยวน (ราว 4.67 ล้านล้านบาท)

วินนี่ วู (Winnie Wu) นักยุทธศาสตร์ด้านจีนของธนาคารแบงก์ออฟอเมริกา (Bank of America) อธิบายกับซีเอ็นบีซีว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของธนาคารกลางจีนเป็นดั่งระเบิดบิ๊กแบงที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดได้อย่างมาก

ในระยะสั้น นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจในภาคธนาคารและประกัน แต่วูกล่าวเสริมว่า การบริโภคภายในประเทศยังต้องใช้เวลาอีกนานในการฟื้นตัว และยังต้องอาศัยนโยบายทางการคลังและการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอีกมาก เพื่อให้ตลาดพุ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

ข้อมูล/ภาพ : ประชาชาติธุรกิจ

นายกฯ แจง ครม. เหตุยังไม่ตั้งข้าราชการการเมือง กำชับต้องเข้ม

ยอดขายรถยนต์ ส.ค. 67 อ่วม ติดลบ 24.98% เหตุ NPL ฉุด-แบงก์เข้มสินเชื่อ