IMF เตือนไทยเร่งแก้จุดอ่อนเศรษฐกิจ รับมือหนี้สูง ต้นทุนกู้ยืมเพิ่ม

IMF เตือนไทยเร่งแก้จุดอ่อนเศรษฐกิจ หนี้สูง-วินัยการคลังเสี่ยง

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ส่งสัญญาณเตือนความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ในการหารือเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 โดย คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศต่าง ๆ ต้องรักษาวินัยการคลัง ท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่สูง ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนของตลาดการเงินโลก สำหรับประเทศไทย ประเด็นสำคัญอยู่ที่การแก้ไขจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ การขยายการค้ากับประเทศอาเซียน และการเตรียมรับความผันผวนด้านพลังงานและเงินเฟ้อ เพื่อเสริมความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงในระยะข้างหน้า

IMF เตือนต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น รัฐบาลต้องรักษาวินัยการคลัง

หนึ่งในประเด็นสำคัญจากคำเตือนของ IMF คือความเสี่ยงจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน หากรัฐบาลมีภาระหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่รายได้และศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ขยายตัวเพียงพอ ภาระดอกเบี้ยอาจจำกัดงบประมาณที่ควรนำไปใช้พัฒนาประเทศและดูแลประชาชน

สำหรับประเทศไทย การดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐจึงจำเป็นต้องพิจารณาควบคู่กับความคุ้มค่าและความสามารถในการชำระหนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนทางการเงินอาจอยู่ในระดับสูง การก่อหนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นควรมีเป้าหมายชัดเจน และต้องประเมินว่าจะช่วยเพิ่มผลิตภาพหรือสร้างรายได้ในระยะยาวได้มากน้อยเพียงใด

อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องคือผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือ Bond Yield ซึ่งสะท้อนผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการจากการถือครองตราสารหนี้ หากผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง รัฐบาลอาจต้องรับภาระต้นทุนการระดมทุนเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณในอนาคต

ตลาดการเงินยังพิจารณาความน่าเชื่อถือของฐานะการคลัง ความสามารถในการชำระหนี้ และแนวโน้มเศรษฐกิจประกอบการตัดสินใจด้วย ดังนั้น การกำหนดนโยบายการเงินและการคลังจึงต้องคำนึงถึงเสถียรภาพโดยรวม ไม่ใช่พิจารณาเพียงการลดดอกเบี้ยหรือกระตุ้นการใช้จ่ายในระยะสั้นเท่านั้น

IMF เตือนไทยเร่งแก้จุดอ่อนเศรษฐกิจ รับมือหนี้สูง ต้นทุนกู้ยืมเพิ่ม
IMF เตือนไทยเร่งแก้จุดอ่อนเศรษฐกิจ รับมือหนี้สูง ต้นทุนกู้ยืมเพิ่ม ความผันผวนตลาดโลก พร้อมรักษาวินัยการคลังและเพิ่มขีดแข่งขัน

เศรษฐกิจไทยต้องเร่งสร้างเครื่องยนต์ใหม่ ไม่พึ่งพารูปแบบเดิม

อีกหนึ่งโจทย์ใหญ่คือการยกระดับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ซึ่งเผชิญข้อจำกัดจากปัญหาเชิงโครงสร้างและความสามารถในการแข่งขันที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเติบโตที่ไม่ทั่วถึงและไม่สูงเพียงพออาจทำให้การเพิ่มรายได้ของประชาชนและภาคธุรกิจเป็นไปอย่างจำกัด

การส่งเสริมการท่องเที่ยว การผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ และการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจบางภาคส่วนได้ แต่จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน การพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับตลาดงาน และการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

ประเทศไทยยังต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรูปแบบการผลิตทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีขั้นสูง หากไม่สามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพได้เพียงพอ การพึ่งพาการส่งออกและอุตสาหกรรมแบบเดิมอาจทำให้ประเทศเสียโอกาสในการแข่งขันกับเศรษฐกิจอื่นในภูมิภาค

การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจึงต้องอาศัยมาตรการที่ต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนากำลังคน การลดอุปสรรคต่อการลงทุน การส่งเสริมผู้ประกอบการไทย และการเพิ่มความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาใช้จริง เพื่อให้การเติบโตสร้างรายได้และประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ในระยะยาว

อาเซียนเป็นโอกาสสำคัญ ไทยต้องเพิ่มการค้าและการลงทุนในภูมิภาค

IMF ให้ความสำคัญกับบทบาทของการค้าและความร่วมมือในภูมิภาค โดยอาเซียนยังมีโอกาสเติบโตจากตลาดผู้บริโภค การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ สำหรับไทย การขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านจึงเป็นอีกช่องทางในการเพิ่มโอกาสทางการค้าและสร้างตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม การมีที่ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคไม่ได้หมายความว่าไทยจะได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอาเซียนโดยอัตโนมัติ ประเทศจำเป็นต้องมีสินค้าและบริการที่แข่งขันได้ มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ และสามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่การผลิตของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การแข่งขันดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเป็นอีกปัจจัยที่ไทยต้องให้ความสำคัญ นักลงทุนพิจารณาทั้งต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ความพร้อมของแรงงาน เทคโนโลยี กฎระเบียบ และความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ หากประเทศอื่นมีความพร้อมมากกว่า เงินลงทุนใหม่ก็อาจไหลไปยังตลาดเหล่านั้นแทน

ไทยจึงควรใช้ความร่วมมือในอาเซียนเพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าสู่ตลาดภูมิภาค พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศให้มีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่มูลค่า ไม่ใช่เพียงแข่งขันด้านต้นทุนหรือพึ่งพาการส่งออกสินค้าในรูปแบบเดิม

ความผันผวนของตลาด AI เสี่ยงกระทบเงินทุนและตลาดหุ้นไทย

ตลาดการเงินโลกยังเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของสินทรัพย์ โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI หากเกิดการปรับฐานของราคาหุ้นอย่างรุนแรง อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างตลาดต่าง ๆ มากขึ้น

สำหรับตลาดเกิดใหม่อย่างประเทศไทย ความผันผวนจากภายนอกอาจส่งผลต่อกระแสเงินทุน ค่าเงิน และราคาสินทรัพย์ในประเทศได้ อย่างไรก็ตาม ขนาดของผลกระทบจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลก แนวโน้มดอกเบี้ย ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และพื้นฐานของตลาดทุนไทยเอง

ความท้าทายของไทยคือการเพิ่มความหลากหลายของอุตสาหกรรมและสร้างบริษัทที่มีศักยภาพแข่งขันในธุรกิจเทคโนโลยีระดับสูง หากเศรษฐกิจยังพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิมเป็นหลัก โอกาสในการดึงดูดเงินลงทุนที่มุ่งสู่เทคโนโลยีใหม่อาจมีจำกัดเมื่อเทียบกับประเทศที่มีระบบนิเวศด้านนวัตกรรมเข้มแข็งกว่า

การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล การสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา และการสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต จึงเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มความสามารถแข่งขันและช่วยให้ตลาดทุนไทยมีฐานธุรกิจที่หลากหลายขึ้น

กันชนทางเศรษฐกิจลดลง ไทยต้องเตรียมรับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น

คำเตือนเกี่ยวกับพื้นที่ทางการคลัง หรือ Fiscal Space หมายถึงความสามารถของรัฐบาลในการเพิ่มการใช้จ่ายหรือออกมาตรการช่วยเหลือโดยไม่ทำให้ฐานะการคลังและความยั่งยืนของหนี้สาธารณะตกอยู่ในความเสี่ยงมากเกินไป ประเด็นนี้มีความสำคัญเมื่อเศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้านพร้อมกัน

หากรัฐบาลใช้ทรัพยากรทางการคลังไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้เพิ่มรายได้หรือศักยภาพการผลิตให้สอดคล้องกัน ความสามารถในการรับมือกับวิกฤตครั้งใหม่ก็อาจลดลง เพราะรัฐบาลมีข้อจำกัดมากขึ้นในการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจ

นอกจากความเสี่ยงทางการเงินแล้ว ความผันผวนของราคาพลังงานยังอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และราคาสินค้า ทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและมีข้อจำกัดในการรองรับต้นทุนที่สูงขึ้น

การรักษาวินัยการคลังจึงต้องดำเนินควบคู่กับการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณ การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ และการเลือกมาตรการที่ช่วยกลุ่มเปราะบางได้ตรงจุด เพื่อรักษาทรัพยากรของรัฐไว้รองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิดในอนาคต

โจทย์เศรษฐกิจไทยอยู่ที่การแก้จุดอ่อนก่อนเร่งการเติบโต

สาระสำคัญจากประเด็นที่ IMF หยิบยกขึ้นมา คือการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางการคลัง การเพิ่มผลิตภาพ และการเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงจากภายนอก การเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถแก้ไขข้อจำกัดที่ฉุดรั้งศักยภาพการเติบโตในระยะยาวได้

สำหรับประเทศไทย ความท้าทายอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างการช่วยเหลือประชาชนในระยะสั้นกับการลงทุนเพื่ออนาคต ทั้งการยกระดับทักษะแรงงาน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การขยายการค้ากับอาเซียน และการรักษาพื้นที่ทางการคลังให้เพียงพอสำหรับรับมือกับวิกฤต

ย้อนที่มาความขัดแย้ง สตง. กับไทยพีบีเอส ปมตรวจสอบการจ้างผลิตรายการ

เปิดที่มา สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส ปมเงิน 85 ล้าน