“รถถัง จิตรเมืองนนท์” นักมวยชื่อดังของไทย ออกมาเคลื่อนไหวหลังถูก ONE Championship ดำเนินคดีใน 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และไทย จากข้อกล่าวหาฝ่าฝืนสัญญาหลายครั้ง โดยเจ้าตัวยืนยันผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ว่า ถูกเอาเปรียบจากความไว้ใจและข้อจำกัดด้านภาษา หลังเซ็นสัญญาตั้งแต่ปี 2022 แต่เพิ่งได้รับเอกสารฉบับเต็มในปี 2025 ขณะที่ฝ่ายองค์กรยืนยันดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทุกฝ่าย
ปมสัญญา ONE ลุกลามสู่คดีข้ามประเทศ
กรณีข้อพิพาทระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ กับ ONE Championship กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการกีฬา หลังองค์กรประกาศดำเนินคดีใน 3 ประเทศ พร้อมระบุว่านักชกไทยรายนี้ละเมิดข้อผูกพันในสัญญาหลายครั้ง ทั้งในด้านพฤติกรรมและการสื่อสารต่อสาธารณะ
แถลงการณ์จาก ONE ระบุว่า การดำเนินคดีครั้งนี้มีความจำเป็น หลังจากมีการเพิกเฉยต่อเงื่อนไขในสัญญาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นการเผยแพร่ข้อความที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับองค์กร ซึ่งเข้าข่ายการหมิ่นประมาท ทั้งนี้ กระบวนการตรวจสอบยังอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายในแต่ละประเทศ
“รถถัง” โต้กลับ ชี้ปัญหาเกิดจากภาษาและความไม่รู้
ด้าน รถถัง จิตรเมืองนนท์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยว่า เขาเซ็นสัญญากับ ONE ตั้งแต่ปี 2022 แต่ต้องใช้เวลานานถึงปี 2025 จึงได้รับสำเนาสัญญา ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้อย่างทันท่วงที
นักชกระบุเพิ่มเติมว่า การที่ตนไม่สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่เข้าใจเงื่อนไขในสัญญาอย่างครบถ้วน และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในปัจจุบัน โดยย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงการถูกเอาเปรียบจากความไว้ใจ
ข้อกล่าวหา “ปลอมลายเซ็น” จุดชนวนความขัดแย้ง
ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนเมษายน รถถัง จิตรเมืองนนท์ ได้โพสต์ข้อความอ้างว่ามีการปลอมแปลงลายเซ็นของตนในเอกสารสัญญากว่า 30 ฉบับ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่าย
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 เจ้าตัวพร้อมทนายความได้เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม พร้อมส่งสัญญาณพร้อมเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม หากการเจรจาไม่เป็นผล ขณะที่ในวันเดียวกัน ONE Championship Thailand ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ
จับตาเจรจานอกศาล
แม้สถานการณ์จะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว แต่มีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการพยายามเจรจา เพื่อหาทางออกโดยไม่ต้องต่อสู้คดีในศาล ซึ่งอาจช่วยลดผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอาชีพของนักกีฬา
อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาไม่สามารถหาข้อยุติได้ คดีนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นกรณีตัวอย่างสำคัญเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านสัญญาระหว่างนักกีฬาไทยกับองค์กรกีฬาระดับนานาชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นทางกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิของคู่สัญญา

