ค่าไฟฟ้างวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 กลายเป็นประเด็นสำคัญที่กระทบค่าครองชีพของประชาชนทั่วประเทศ หลัง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศอัตราเบื้องต้นที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ขณะที่ กระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณามาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการลดค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย ให้เหลือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เพื่อบรรเทาภาระของกว่า 14 ล้านครัวเรือน ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานโลกที่ยังผันผวน
โครงสร้างค่าไฟใหม่ ใช้แบบขั้นบันได เน้นช่วยผู้ใช้ไฟน้อย
การปรับโครงสร้างค่าไฟครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็นระบบ “ขั้นบันได” หรือ Progressive Rate ซึ่งหมายถึงการคิดค่าไฟในอัตราที่แตกต่างกันตามปริมาณการใช้ไฟ ยิ่งใช้ไฟน้อย อัตราค่าไฟต่อหน่วยจะยิ่งต่ำลง เพื่อช่วยลดภาระให้กับครัวเรือนขนาดเล็กและผู้มีรายได้น้อย
ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้ไฟทุกครัวเรือนจะได้รับสิทธิ์ค่าไฟราคาถูกในช่วง 200 หน่วยแรก ก่อนจะเข้าสู่อัตราปกติสำหรับหน่วยที่เกินจากนั้น แนวทางนี้ถูกมองว่าเป็นการปรับสมดุลระหว่างการช่วยเหลือประชาชนและการสะท้อนต้นทุนพลังงานที่แท้จริง
รัฐเล็งลด 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงเตรียมเสนอแพ็กเกจช่วยเหลือต่อคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยตั้งเป้าลดค่าไฟสำหรับ 200 หน่วยแรกให้เหลือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมประชาชนจำนวนมากทั่วประเทศ และช่วยลดความกังวลที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ว่า การใช้ไฟเกิน 200 หน่วยจะถูกคิดอัตราแพงทันที โดยข้อเท็จจริงคือ เฉพาะหน่วยที่เกินจาก 200 หน่วยเท่านั้นที่จะถูกคิดในอัตราปกติ
แยกกลุ่มผู้ใช้ไฟ ชี้ผลกระทบต่างกันในแต่ละช่วง
จากข้อมูลโครงสร้างใหม่ พบว่าผู้ใช้ไฟถูกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มตามปริมาณการใช้ ซึ่งส่งผลต่อค่าไฟโดยรวมแตกต่างกัน โดยกลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด จะได้รับประโยชน์เต็มที่จากอัตราที่ลดลง
ขณะที่กลุ่มที่ใช้ไฟระดับกลางระหว่าง 201–400 หน่วย แม้หน่วยส่วนเกินจะถูกคิดในอัตรา 3.95 บาท แต่ค่าไฟรวมยังมีแนวโน้มลดลงจากการได้สิทธิ์ใน 200 หน่วยแรก ส่วนผู้ใช้ไฟระดับ 400–500 หน่วย ค่าใช้จ่ายจะใกล้เคียงเดิม
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ใช้ไฟเกิน 500 หน่วยขึ้นไป ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10-15% ของผู้ใช้ทั้งหมด อาจต้องเผชิญค่าไฟที่สูงขึ้น สะท้อนแนวทางของรัฐที่ต้องการจูงใจให้ประหยัดพลังงาน
หนุนโซลาร์เซลล์ ทางเลือกลดค่าไฟระยะยาว
ภาครัฐยังแนะนำให้ประชาชนที่มีการใช้ไฟในระดับสูงหันมาใช้พลังงานทางเลือก เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยจะมีมาตรการสนับสนุนทั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน
แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดภาระค่าไฟของครัวเรือน แต่ยังสอดคล้องกับนโยบายพลังงานสะอาดและการลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศในระยะยาว


