Smiling businesswoman in a blazer sits beside a TV displaying many video thumbnails, with a remote held up close in the foreground.

“พิรงรอง” เปิดไทม์ไลน์ ชี้แผนแม่บททีวีดิจิทัลถูกดอง แม้ทำเสร็จแล้ว

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ออกจดหมายเปิดผนึกชี้แจงต่อสาธารณชน หลังถูกตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการจัดทำแผนแม่บทและ Roadmap รองรับอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดิจิทัลภายหลังสิ้นสุดใบอนุญาตปี 2572 โดยยืนยันว่าทีมงานด้านกิจการโทรทัศน์ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและจัดทำเอกสารสำคัญเสร็จสิ้นแล้ว แต่กลับไม่ได้รับการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมบอร์ด กสทช. พร้อมระบุว่าอำนาจจัดลำดับวาระประชุมอยู่ที่ประธาน กสทช. เพียงผู้เดียว

ดร.พิรงรอง ระบุว่า ในฐานะกรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ซึ่งไม่มีโฆษกทำหน้าที่สื่อสารแทน จึงต้องการใช้พื้นที่สาธารณะอธิบายข้อเท็จจริง โดยเฉพาะความคืบหน้าของ “แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2569-2573)” และ “Roadmap กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย” ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุด

จับตาเส้นตาย 30 มิ.ย. หากไร้ความคืบหน้าอาจยื่นศาล

จดหมายดังกล่าวมีขึ้นหลังองค์กรวิชาชีพสื่อ 8 องค์กร นำโดยสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ และสหพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. และกรรมการ กสทช. อีก 6 ด้าน เรียกร้องให้เร่งประกาศ “แผนแม่บทและแผนนำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ภายหลังสิ้นสุดอายุใบอนุญาตปี 2572” หลังภาคเอกชนติดตามทวงถามความชัดเจนมาอย่างต่อเนื่อง และได้มีการกำหนดเส้นตายว่า หากภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ยังไม่มีความคืบหน้าอาจจะพิจารณายื่นต่อศาลฯต่อไป

Roadmap ทีวีดิจิทัลยังไม่คืบ แม้จัดทำเสร็จสมบูรณ์

สไลด์สองคอลัมน์นำเสนอแนวทางดูแลและส่งเสริมกิจการโทรศัพท์ พร้อมหัวข้อและรายการหัวข้อย่อย

สำหรับแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นภารกิจตามมาตรา 27 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้น บอร์ด กสทช. มีมติเมื่อวันที่ 20-21 สิงหาคม 2568 ในการประชุมครั้งที่ 24/2568 ให้นำร่างแผนแม่บทฉบับใหม่ไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ก่อนประกาศใช้แทนแผนเดิม

ต่อมา มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 27 ตุลาคม 2568 และในวันที่ 14 มกราคม 2569 จึงนำผลสรุปเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 2/2569 เป็นครั้งแรก

ตลอดเกือบ 3 เดือนหลังจากนั้น วาระดังกล่าวไม่ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณา แม้จะมีการทำหนังสือเร่งรัดถึงประธาน กสทช. ทุกสัปดาห์ รวมถึงมีตัวแทนอุตสาหกรรมเข้ายื่นหนังสือทวงถามเป็นระยะ เพราะ ตามข้อบังคับการประชุม กสทช. พ.ศ.2555 ประธาน กสทช. เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติและจัดลำดับวาระการประชุม แต่เพียงผู้เดียว

กระทั่งในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 11/2569 ซึ่งประชุมต่อเนื่อง 4 วัน และในวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ประชุมเริ่มพิจารณาวาระแผนแม่บทฯ เป็นครั้งแรก ใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่ได้ข้อสรุปเพียง 2 ประเด็น ได้แก่ การคุ้มครองประชาชนจากข้อมูลบิดเบือน ข่าวลวง และเนื้อหาที่เป็นอันตราย รวมถึงหลักเกณฑ์กำกับดูแลบริการภาพและเสียงผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

อย่างไรก็ตาม การประชุมถูกปิดลงก่อนพิจารณาแล้วเสร็จ โดยระบุว่าจะกลับมาพิจารณาต่อในครั้งถัดไป แต่ในการประชุมวันที่ 21-22 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 12/2569 กลับมีวาระอื่นแทรกเข้ามาก่อน จนวาระแผนแม่บทฯ ไม่ได้ถูกพิจารณาต่อ

ดร.พิรงรอง ระบุว่า สถานการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 โดยมีทั้งวาระเร่งด่วนและวาระที่ไม่สะท้อนความเร่งด่วนถูกนำขึ้นมาพิจารณาก่อน ส่งผลให้แผนแม่บทฯ กลายเป็น “วาระที่คาการพิจารณา” มากกว่าจะเป็นเพียงวาระค้าง เนื่องจากเริ่มพิจารณาแล้วแต่ไม่ถูกนำกลับเข้าสู่ที่ประชุมอีกนานเกือบ 2 เดือน

ส่วน Roadmap รองรับการสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัลในเดือนเมษายน 2572 นั้น ดร.พิรงรอง ชี้แจงว่า สำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 เริ่มจากโครงการศึกษา “ฉากทัศน์กิจการแพร่ภาพในอนาคตของไทย” ภายใต้บริบทอุตสาหกรรมสื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมี SCF Associates และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยในยุโรปและไทยร่วมศึกษา ก่อนเผยแพร่ผลศึกษาเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567

จากนั้น วันที่ 23 ธันวาคม 2567 มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่าง กสทช. และผู้บริหารสำนักงาน เพื่อกำหนดทิศทางกิจการโทรทัศน์และกิจการที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่บอร์ด กสทช. จะมีมติเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ให้สำนักงานจัดทำข้อมูลฉากทัศน์เพิ่มเติมและนำกลับมารายงานภายใน 60 วัน

ต่อมา วันที่ 11 กันยายน 2568 บอร์ด กสทช. รับทราบข้อมูลฉากทัศน์อุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย และมอบหมายให้สำนักงานจัดทำกรอบเวลา รวมถึงแนวทางดำเนินงานภายใต้กฎหมายปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การจัดทำ Roadmap อย่างเป็นทางการ

หลังจากนั้น มีการจัดประชุม รับฟังความเห็นเฉพาะกลุ่ม (Focus Group) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม และ 3 พฤศจิกายน 2568 ก่อนนำร่าง Roadmap เข้าสู่ที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 37/2568 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 และเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 มกราคม 2569

อย่างไรก็ดี หลังการประชุมครั้งดังกล่าว ที่ประชุมมีมติให้สำนักงาน กสทช. ปรับรายละเอียดเพิ่มเติมตามข้อสังเกตของกรรมการ ก่อนนำกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง แต่จนถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 วาระ Roadmap ก็ยังคงถูกเลื่อนต่อเนื่องเช่นเดียวกับวาระแผนแม่บทฯ

ตารางสรุปกระบวนการอนุญาตและการจัดสรรคลื่นตามกฎหมาย กสทช. ครอบคลุม OTT Platform และรายละเอียดการจัดสรร

สาระสำคัญของแผน  
ในส่วนของร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569–2572 ของ กสทช.

มีสาระสำคัญที่มุ่งเน้นการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบและการคุ้มครองผู้บริโภคในโลกยุคใหม่ สรุปโดยสังเขปได้ดังนี้

1. วิสัยทัศน์และเป้าหมายหลัก
 วิสัยทัศน์

 มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศการสื่อสารที่ยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และเท่าเทียม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศไทย

เป้าหมาย: ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านบริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ที่เข้าถึงได้ มีเนื้อหาที่มีคุณภาพ และปลอดภัย โดยคำนึงถึงความมั่นคงของชาติและความหลากหลายทางวัฒนธรรม

2. ยุทธศาสตร์สำคัญ
ร่างแผนแม่บทฉบับนี้ขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน ได้แก่


1. ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) ที่เน้นส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีให้สามารถรองรับการรับชมผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย (Multi-platform) ทั้งแบบภาคพื้นดินและออนไลน์ และสนับสนุนการปรับตัวของผู้ประกอบการโทรทัศน์ดั้งเดิมให้สามารถแข่งขันและอยู่รอดในยุคที่ผู้บริโภคนิยมรับชมผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น

2. ยุทธศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภคและการสร้างความเท่าเทียม ที่เน้นยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ไปสู่การคุ้มครองจากข้อมูลบิดเบือน ข่าวลวง และเนื้อหาที่เป็นอันตราย การหลอกลวงออนไลน์ และการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนส่งเสริมการเข้าถึงบริการของกลุ่มเปราะบางและผู้พิการให้มากขึ้น 

3. ยุทธศาสตร์การกำกับดูแลเชิงรุก ที่เน้นปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลให้มีความยืดหยุ่น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างนวัตกรรมและเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม สร้างความสมดุลระหว่างการกำกับดูแลเนื้อหา กับเสรีภาพในการแสดงออก

4. ยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เน้นผลักดันให้กิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์เป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริม Soft Power ของไทยสู่ตลาดโลกผ่านการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมให้มีทักษะสอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

สี่บทบาทของระบบสื่อดิจิทัล: Content producer, Service Provider, Network Provider, End-user Device

3. ประเด็นที่เน้นเป็นพิเศษ ได้แก่
• การกำกับดูแล OTT (Over-The-Top): ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการภาพและเสียง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันกับผู้ประกอบการในแพลตฟอร์มเดิม
• การสร้างโครงสร้างพื้นฐานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ที่มีความมั่นคงและเข้าถึงได้สำหรับประชาชน
• การส่งเสริมเนื้อหาคุณภาพ ผ่าน การสนับสนุนการผลิตรายการที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ทักษะดิจิทัล และค่านิยมที่ดีของสังคม และสื่อที่วางใจพึ่งพาได้ของสังคม

โดยสรุปแผนแม่บทฉบับนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านจากการกำกับดูแลแบบดั้งเดิม (ที่เน้นเฉพาะสื่อหลัก) ไปสู่การเป็น “ผู้สนับสนุนระบบนิเวศสื่อดิจิทัล” ที่เน้นความปลอดภัย คุณภาพที่เชื่อถือได้ การแข่งขันที่เป็นธรรม การเข้าถึงได้ของสาธารณะและการใช้ประโยชน์จากสื่อเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในฐานะอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

Asian woman with short hair and round glasses speaks at a press conference, microphones in front.

ภท.ไม่โหวตส่ง “ชนนพัฒฐ์” ให้ DSI ชี้ไปพบเองจบดราม่า