วันที่ 22 ธันวาคม 2568 พรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งภายใต้ชื่อ “ไทยหายจน” วางเป็นกรอบนโยบายหลักสู้ศึกเลือกตั้งปี 2569 โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ย้ำจุดยืนไม่ทนต่อความจนในทุกมิติ ไม่เอาทุนเทาและคอร์รัปชัน พร้อมประกาศเดินหน้าสร้างการเมืองสุจริตควบคู่การแก้ปัญหาปากท้อง ขณะเดียวกัน พรรคได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครครบทั้ง 33 เขต ภายใต้แนวคิด “กรุงเทพฟ้าใหม่ ไปได้ไกลกว่าเดิม”
“ไทยหายจน” นิยามใหม่ของความจนในมุมประชาธิปัตย์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อธิบายว่า ความจนในแคมเปญ “ไทยหายจน” ไม่ได้หมายถึงการขาดแคลนรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงความจนทางปัญญา จากระบบการศึกษาที่ไร้คุณภาพ ความจนทางความคิดสร้างสรรค์ ความจนใจที่ไม่เห็นทางออก และความจนตรอกที่ประชาชนมองไม่เห็นอนาคตที่ดีขึ้น
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า คนไทยกำลังเผชิญปัญหาเฉพาะหน้าหลากหลาย ตั้งแต่รายได้น้อย ค่าครองชีพสูง หนี้ครัวเรือน ฝุ่น PM 2.5 น้ำท่วม ไปจนถึงภัยจากมิจฉาชีพ ซึ่งทั้งหมดสะท้อนภาวะ “ทนหายใจไปวันๆ” ที่สังคมไทยเผชิญมาอย่างยาวนาน
ชี้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เศรษฐกิจอ่อนแอ-การเมืองสีเทา
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ในระยะยาว ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเศรษฐกิจที่อ่อนแอ เทคโนโลยีล้าหลัง การศึกษาไม่ตอบโจทย์ ความเหลื่อมล้ำ และสังคมผู้สูงวัย ขณะที่ปัญหารุนแรงที่สุดคือการทุจริตคอร์รัปชัน และนักการเมืองสีเทาที่ใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือฟอกตัว รวมถึงทุนเทาที่ใช้ตลาดหุ้นเป็นช่องทางฟอกเงิน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังมานานกว่าสิบปี ทำให้ประชาชนรู้สึกสิ้นหวัง พรรคจึงประกาศจุดยืน “ไม่ทนความจน ไม่ทนทุนเทา ไม่เอาคอร์รัปชัน” และขออาสาเป็นพลังทางการเมืองที่สร้างความเปลี่ยนแปลงร่วมกับประชาชน
เตรียมสื่อสารนโยบายรูปธรรม ปัดตอบชื่อแคนดิเดตนายกฯ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเปิดตัวแคมเปญ พรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครทุกคนจะลงพื้นที่และสื่อสารนโยบายที่เป็นรูปธรรม สามารถปฏิบัติได้จริง ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร เพื่อผลักดันเป้าหมาย “ไทยหายจน” ให้เป็นจริง
เมื่อถูกถามถึงการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนของพรรค รวมถึงกระแสข่าวชื่อ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายอนาคตศึกษา (Chief Foresight Officer) แห่ง FutureTales Lab นายอภิสิทธิ์ตอบเพียงสั้นๆ ว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ โดยยังไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต ชูภาพลักษณ์ใหม่
ในวันเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานครครบทั้ง 33 เขต โดยก่อนเปิดตัวมีการฉายวีดิทัศน์แนะนำวิสัยทัศน์ของหัวหน้าพรรค และแนวคิด “กรุงเทพฟ้าใหม่ ไปได้ไกลกว่าเดิม” ก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อผู้สมัคร
นายอภิสิทธิ์กล่าวแสดงความยินดีกับว่าที่ผู้สมัครทุกคน พร้อมระบุว่าการคัดเลือกครั้งนี้มีผู้แสดงเจตจำนงลงสมัครมากที่สุดในประวัติศาสตร์พรรค และเป็นครั้งแรกที่ใช้กระบวนการคัดเลือกหลายขั้นตอน ตั้งแต่การส่งคลิปวิสัยทัศน์ การตอบคำถามด้านนโยบาย ไปจนถึงการสัมภาษณ์โดยคณะกรรมการสรรหา
ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ 33 เขต ประกอบด้วย
เขตเลือกตั้งที่ 1 นายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี
เขตเลือกตั้งที่ 2 ดร.เจษฎา เลิศธนสาร
เขตเลือกตั้งที่ 3 นายอภิมุข ฉันทวานิช
เขตเลือกตั้งที่ 4 นายพงศกร ขวัญเมือง
เขตเลือกตั้งที่ 5 นายนนธนัตถ์ บุนนาค
เขตเลือกตั้งที่ 6 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร
เขตเลือกตั้งที่ 7 นายพงศ์พล เตมีย์
เขตเลือกตั้งที่ 8 นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา
เขตเลือกตั้งที่ 9 น.ส.วิเวียน จุลมนต์
เขตเลือกตั้งที่ 10 ดร.ชัยพร แก้ววาตะ
เขตเลือกตั้งที่ 11 น.ส.รมิดา อินทะแพทย์
เขตเลือกตั้งที่ 12 นางพิมชนก เก่าเจริญ
เขตเลือกตั้งที่ 13 นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฐ์
เขตเลือกตั้งที่ 14 รอ.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ
เขตเลือกตั้งที่ 15 น.ส.ฐิตยากร พรโรจนากูร
เขตเลือกตั้งที่ 16 นายสุนันท์ มีนมณี
เขตเลือกตั้งที่ 17 นายฐิติวัชร์ ดีประเสริฐวงศ์
เขตเลือกตั้งที่ 18 นายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์
เขตเลือกตั้งที่ 19 น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล
เขตเลือกตั้งที่ 20 นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง
เขตเลือกตั้งที่ 21 ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล
เขตเลือกตั้งที่ 22 นายปรินต์ ทองปุสสะ
เขตเลือกตั้งที่ 23 น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์
เขตเลือกตั้งที่ 24 น.ส.มารีญา ฤกษ์ดี
เขตเลือกตั้งที่ 25 นายชยิน พึ่งสาย
เขตเลือกตั้งที่ 26 นายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล
เขตเลือกตั้งที่ 27 น.ส.มลฑาทิพย์ ทิพยธนาพัฒน์
เขตเลือกตั้งที่ 28 นายพร้อมพล ธรรมจินดา
เขตเลือกตั้งที่ 29 น.ส.ศิริขวัญ นิลกรรณ์
เขตเลือกตั้งที่ 30 นายคณพล พงศ์พิทยา
เขตเลือกตั้งที่ 31 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์
เขตเลือกตั้งที่ 32 ดร.วิสวัส ทองธีรภาพ
เขตเลือกตั้งที่ 33 นายเจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร
กทม. สมรภูมิการเมือง ชี้ชะตาความเชื่อมั่นประชาชน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจ การบริหาร และเป็นหัวใจทางการเมืองที่สะท้อนกระแสสังคมมาโดยตลอด ในอดีตประชาชนกรุงเทพฯ มักตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคล ทำให้ผลการเลือกตั้งมักเทไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างชัดเจน
นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า พรรคเคยได้รับความไว้วางใจจากคนกรุงเทพฯ อย่างท่วมท้นหลายสมัย และหลังการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค จุดยืนสำคัญคือการเมืองสุจริต ซึ่งไม่ใช่เรื่องนามธรรม แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพชีวิตประชาชน ตั้งแต่ระบบขนส่งสาธารณะไปจนถึงการลดผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง
รองหัวหน้าพรรคมั่นใจ ผู้สมัครกว่า 70% เป็นหน้าใหม่
ด้าน นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. ของพรรคกว่า 70% เป็นหน้าใหม่ที่ไม่เคยลงสนามเลือกตั้งมาก่อน และทุกคนผ่านการคัดเลือกจากความสามารถของตนเอง พร้อมแสดงความมั่นใจว่าทีมผู้สมัครทั้งหมดจะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันแนวคิด “กรุงเทพฟ้าใหม่ ไปได้ไกลกว่าเดิม”
สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 33 เขต พรรคได้เผยแพร่อย่างเป็นทางการแล้ว และจะทยอยแนะนำผู้สมัครต่อสาธารณชนผ่านกิจกรรมและการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


