นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้พิจารณาประเด็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหากรรมการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการวินิจฉัยคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ โดยระบุว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าคณะกรรมการสรรหามีอำนาจตามกฎหมาย และคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุดตามมาตรา 15/1 พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ขณะที่ นพ.สรณ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอเพิกถอนคำวินิจฉัยและขอคุ้มครองชั่วคราวแล้ว
นพ.สุภัทรเผยผลตีความกฤษฎีกา ปมอำนาจคณะกรรมการสรรหา
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาประเด็นที่รัฐบาลส่งให้ตีความเกี่ยวกับอำนาจของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ในการวินิจฉัยกรณีคุณสมบัติของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.
ตามข้อมูลที่ นพ.สุภัทร ระบุ คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นพ้องกับคณะกรรมการสรรหา โดยอ้างอิงมาตรา 15/1 ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ซึ่งบัญญัติให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเป็นที่สุดในประเด็นดังกล่าว

จี้นายกฯ เร่งดำเนินการหลังประเด็นข้อกฎหมายชัดเจน
นพ.สุภัทร ระบุเพิ่มเติมว่า ระหว่างการประชุม มีเจ้าหน้าที่จากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงว่า หากคณะกรรมการกฤษฎีกายืนยันอำนาจของคณะกรรมการสรรหา ก็จะไม่มีประเด็นข้อกฎหมายอื่นที่ต้องหารือเพิ่มเติม
ด้วยเหตุนี้ เจ้าตัวจึงเห็นว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ควรเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยนำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช. โดยเร็ว เพื่อให้การบริหารงานขององค์กรเดินหน้าต่อได้อย่างชัดเจน
นพ.สรณยื่นฟ้องศาลปกครอง ขอเพิกถอนคำวินิจฉัย
รายงานข่าวระบุว่า ในวันเดียวกัน ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ได้เดินทางไปยังศาลปกครองกลาง เพื่อยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาที่ระบุว่าตนมีลักษณะต้องห้าม รวมถึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ศาลยังไม่มีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องดังกล่าว และกระบวนการพิจารณาคดียังคงอยู่ในขั้นตอนตามกฎหมาย
จับตาผลกระทบต่อการทำงาน กสทช. และการกำกับกิจการสื่อ
กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช. ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอยู่ในช่วงที่บอร์ด กสทช. มีวาระการประชุมสำคัญหลายเรื่อง รวมถึงประเด็นด้านกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการและผู้บริโภค
ผู้ติดตามประเด็นดังกล่าวมองว่า ความชัดเจนของกระบวนการทางกฎหมายจะส่งผลต่อการบริหารงานของ กสทช. และความเชื่อมั่นต่อองค์กรกำกับดูแลในระยะต่อไป ขณะที่ทุกฝ่ายยังคงต้องรอการดำเนินการของรัฐบาล รวมถึงผลการพิจารณาของศาลปกครองในคดีที่เกี่ยวข้อง

