วันที่ 7 มกราคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเตือน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย หลังรณรงค์ให้ประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้เลือกพรรคภูมิใจไทย โดยพาดพิงถึงการจัดสรรงบประมาณพัฒนาพื้นที่ โดยมองว่าอาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติทางการเมือง และย้อนเตือนว่าการหาเสียงลักษณะนี้อาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ พร้อมยกบทเรียนทางการเมืองในอดีต และเปิดผลงานพัฒนาจังหวัดตรังเพื่อย้ำหลักการกระจายความเจริญอย่างเป็นธรรม
ชวนห่วงเลือกปฏิบัติทางการเมือง ขัดหลักรัฐธรรมนูญ
นายชวนกล่าวถึงกรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รณรงค์ให้คนภาคใต้เลือกพรรคภูมิใจไทย โดยเชื่อมโยงกับการจัดสรรงบประมาณพัฒนา ว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะอาจสร้างความเข้าใจว่าการพัฒนาจะเกิดขึ้นเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง
อดีตนายกรัฐมนตรีระบุว่า แนวคิดดังกล่าวคล้ายกับบทเรียนในอดีตสมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเลือกปฏิบัติต่อประชาชนตามจุดยืนทางการเมือง ซึ่งตนมองว่าไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ห้ามการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุทางการเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการให้สัมภาษณ์ในทำเนียบรัฐบาลควรเป็นการแถลงผลงาน ไม่ควรนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
โต้พาดพิงผลงานตรัง ย้ำไม่เอางบหลวงเอื้อบ้านตัวเอง
นายชวนกล่าวด้วยว่า คำพูดของนายพิพัฒน์ที่พาดพิงถึงจังหวัดตรัง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าตนไม่ได้ทำอะไรให้พื้นที่ ทั้งที่ในความเป็นจริง จังหวัดตรังได้รับการพัฒนาไม่ต่างจากจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ
เขาย้ำว่า ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การดำเนินนโยบายต่าง ๆ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือกองทุนเงินกู้เพื่อการศึกษา ล้วนยึดหลักภาพรวมของประเทศ ไม่ได้เลือกปฏิบัติเฉพาะพื้นที่ พร้อมระบุว่า ตนไม่เคยใช้งบประมาณส่วนรวมเพื่อเอื้อประโยชน์ให้จังหวัดบ้านเกิดเพียงแห่งเดียว เพราะไม่ต้องการให้เกิดความรู้สึกว่าเอาเปรียบจังหวัดอื่น
ย้ำรัฐบาลต้องพัฒนาทุกจังหวัด ไม่ผูกงบกับการเลือกตั้ง
นายชวนยังกล่าวถึงหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยว่า จะเดินหน้าได้ต้องตั้งอยู่บนความยุติธรรม ไม่ใช่สร้างเงื่อนไขว่าหากไม่เลือกนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดแล้วบ้านเมืองจะไม่พัฒนา
เขาระบุว่า ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นรัฐบาล ย่อมมีหน้าที่พัฒนาทุกจังหวัดทั่วประเทศอย่างเท่าเทียม พร้อมยกตัวอย่างว่า ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา ยังได้ผลักดันให้รัฐบาลในขณะนั้นภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เดินหน้าโครงการพัฒนาจังหวัดตรังในหลายมิติ ไม่ได้จำกัดเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนเท่านั้น
ชวนสะท้อนปัญหาประชากร ลดลงกระทบอนาคตประเทศ
ช่วงท้าย นายชวนกล่าวถึงภาพรวมของประเทศว่า ปัญหาที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่เพียงเรื่องงบประมาณ แต่คือคุณภาพและจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
เขายังหยิบยกประเด็นกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ตนเป็นผู้ริเริ่ม โดยย้ำว่าผู้กู้ควรมีความรับผิดชอบในการชำระคืน ไม่ควรใช้การหาเสียงด้วยการสัญญาว่าจะไม่ต้องคืนเงิน เพราะแม้เงินจะสำคัญ แต่การสร้างประชากรที่มีวินัยและความรับผิดชอบสำคัญยิ่งกว่า หากประเทศไทยปล่อยให้จำนวนและคุณภาพประชากรลดลง ประเทศเพื่อนบ้านอาจก้าวขึ้นมาแซงหน้าได้ในอนาคต


