นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ “รัฐบาลประชาชน” เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 เปิดตัว 12 ภารกิจหลักและโครงสร้างทีมบริหารประเทศครบทีม ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานกว่าพันคน นายณัฐพงษ์ชี้ประเทศไทยติดหล่มปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง และระบบราชการที่ล้าหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลแบบเดิม พร้อมประกาศทลายข้อจำกัดระบบโควตาทางการเมือง ย้ำการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องยุติแนวคิด “เลือกใครไปก็เหมือนเดิม” และเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐบาลที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
เปิดเวทีวิสัยทัศน์ ชี้เสียงประชาชนคือพลังเปลี่ยนประเทศ
บรรยากาศเวที “วิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน” เต็มไปด้วยประชาชนที่เดินทางมาร่วมฟังจนเกินกว่าที่นั่งที่เตรียมไว้ นายณัฐพงษ์ระบุว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือสัญญาณของความหวัง และสะท้อนความต้องการการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างแท้จริง
หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวว่า การเปิดตัวทีมบริหารและภารกิจรัฐบาลในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการหาเสียง แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการบริหารประเทศด้วยบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และมีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน
ประเทศติดหล่ม 10 ปี เศรษฐกิจไม่ฟื้น ปัญหาถาโถม
นายณัฐพงษ์ชี้ว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยยังคงติดอยู่กับสถานะ “ประเทศกำลังพัฒนา” ขณะที่ปัญหาเดิมรุนแรงขึ้นและปัญหาใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เศรษฐกิจไทยขาดพลังขับเคลื่อน อุตสาหกรรมดั้งเดิมถูกปล่อยให้ถดถอย ส่วนอุตสาหกรรมใหม่ไม่สามารถเติบโตแข่งขันกับโลกได้
เขาระบุว่า ผู้ประกอบการรายย่อยไม่เห็นอนาคต ขณะที่รายใหญ่ก็สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เงินในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศไหลออกนอกประเทศมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากอ่อนแอและประชาชนรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ค่าไฟแพง ค่าแรงต่ำ ชนบทติดกับดักหนี้
หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง ทั้งค่าไฟฟ้าที่สูง ค่าแรงที่แทบไม่ขยับมาหลายปี สวนทางกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด
ในภาคชนบท เกษตรกรยังคงถูกผูกติดกับการทำเกษตรแบบเดิม ขาดโอกาสในการพัฒนางานใหม่ที่มีคุณภาพ ส่งผลให้หนี้สินสะสม ขณะเดียวกันประเทศไทยยังเผชิญภัยพิบัติจากปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำท่วม น้ำแล้ง ที่รุนแรงขึ้นทุกปีโดยยังขาดการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
ระบบราชการและยุติธรรมไม่ตอบโจทย์โลกใหม่
นายณัฐพงษ์วิจารณ์ว่าระบบราชการยังทำงานเชื่องช้าและไม่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายของประเทศได้อย่างทันท่วงที กระบวนการยุติธรรมซึ่งควรเป็นที่พึ่งของประชาชนกลับถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสและปัญหาคอร์รัปชัน
ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงยังไม่สามารถรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการแทรกซึมของทุนเทาในระบบการเมือง ซึ่งถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่ออนาคตของประเทศ
ชี้ปัญหารัฐบาลเดิม ทำงานแบบไซโล-ยึดโควตา
หัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่า การบริหารประเทศแบบเดิมมีปัญหาหลักสองประการ คือการทำงานแบบแยกส่วน กระทรวงต่างคนต่างทำ ขาดการประสานงาน และการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีตามโควตาทางการเมือง ไม่ใช่ตามความเหมาะสมของภารกิจหรือความสามารถของบุคคล
แนวทางดังกล่าวไม่เพียงซ้ำเติมปัญหาการบริหาร แต่ยังเปิดช่องให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและการใช้งบประมาณเพื่อประโยชน์ทางการเมือง กลายเป็นวงจรซ้ำซากที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน
ออกแบบ “รัฐบาลประชาชน” เอาภารกิจนำ ไม่ยึดโควตา
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า รัฐบาลประชาชนถูกออกแบบมาเพื่อทลายข้อจำกัดดังกล่าว ด้วยโครงสร้างการทำงานที่ยึด “ภารกิจ” เป็นตัวตั้ง และให้ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง
รัฐบาลในอุดมคตินี้จะเลือกบุคลากรที่เหมาะสมกับงาน มีความรู้ ความสามารถ และมีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน เพื่อสร้างประเทศไทยที่ “ไม่เทา เท่ากัน และเท่าทันโลก” พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในระดับสากล
โครงสร้างทีมบริหาร 2 ส่วน ทีมทำเนียบเป็นศูนย์กลาง
โครงสร้างรัฐบาลประชาชนแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่ ทีมทำเนียบรัฐบาล และทีมประจำกระทรวง โดยทีมทำเนียบจะทำหน้าที่เสมือนกองบัญชาการ กำหนดเป้าหมาย จัดลำดับความสำคัญ และเชื่อมประสานการทำงานของทุกกระทรวง
ทีมทำเนียบประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี 4 คน ได้แก่ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านอธิปไตยและความมั่นคงใหม่, นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ, นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด รองนายกรัฐมนตรีด้านคุณภาพชีวิต และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านการปฏิรูปรัฐ
นายกฯ ดูภาพใหญ่ ย้ำเลือกตั้งนี้ต้องไม่เหมือนเดิม
นายณัฐพงษ์ย้ำว่า รองนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องควบตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้ติดพันกับภารกิจรายวัน ขณะที่นายกรัฐมนตรีจะทำหน้าที่ดูแลภาพรวมและประสานงานระหว่างทุกฝ่าย
ช่วงท้าย นายณัฐพงษ์กล่าวย้ำว่า “พอกันที” กับแนวคิดเลือกใครไปก็เหมือนเดิม พร้อมยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสของการตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลและนโยบายเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของพรรคประชาชน


