พรรคภูมิใจไทยเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายเลือกตั้งกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หลังถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ พาดพิงประเด็นงบประมาณและที่ดินเขากระโดง ซึ่งอาจจูงใจให้ประชาชนหลงผิดและส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคและผู้สมัคร สส. โดย นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ระบุเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ว่า คำกล่าวดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง และพรรคจะใช้สิทธิดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุด
“ศุภชัย” ประกาศใช้กฎหมายปกป้องพรรค
นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พรรคเตรียมดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากการออกมาให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ โดยมีลักษณะเป็นการกล่าวใส่ร้ายด้วยความเท็จ
นายศุภชัยระบุว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายการจูงใจให้ประชาชนหลงผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง สส. และส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมของกระบวนการเลือกตั้งโดยตรง
โต้ข้อกล่าวหางบ 4,000 ล้าน ไม่เกี่ยว “เนวิน”
ประเด็นแรกที่พรรคภูมิใจไทยชี้แจง คือกรณีงบประมาณ 4,000 ล้านบาท ที่ถูกพาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับ นายเนวิน ชิดชอบ โดยนายศุภชัยยืนยันว่า งบดังกล่าวเป็นงบประมาณของการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยรับงบตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
นอกจากนี้ งบประมาณดังกล่าวยังไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงการเห็นชอบในกรอบค่าใช้จ่ายและอนุมัติในหลักการเท่านั้น จึงไม่อาจนำมาเชื่อมโยงกับบุคคลหรือพรรคการเมืองตามที่มีการกล่าวอ้าง
ปมที่ดินเขากระโดง คดียังไม่ถึงที่สุด
ในประเด็นที่ดินเขากระโดง นายศุภชัยระบุว่า มีประชาชนที่ถือครองเอกสารสิทธิมากกว่า 1,000 ราย และมีการฟ้องร้องคดีทางแพ่งในศาลเพียงไม่กี่คดี ซึ่งกระบวนการพิจารณาคดียังไม่ถึงที่สุด
เขาย้ำว่า ผลคำพิพากษาจะออกมาอย่างไรยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้ และที่สำคัญไม่มีข้อกล่าวหาในลักษณะคดีฉ้อโกงตามที่ถูกพาดพิงแต่อย่างใด การนำประเด็นดังกล่าวมาเชื่อมโยงทางการเมืองจึงถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง
ชี้เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง สส.
นายศุภชัยระบุชัดว่า คำกล่าวของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีลักษณะเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ และอาจจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลงผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
พรรคภูมิใจไทยจึงเห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิและชื่อเสียงของพรรค รวมถึงรักษามาตรฐานความสุจริตและเป็นธรรมของการแข่งขันทางการเมือง
ภูมิใจไทยย้ำเดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรม
พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าจะใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยไม่ตอบโต้กันด้วยวาทกรรมทางการเมือง


