สื่อนอกชี้ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ปิดฉากการเมืองไร้เสถียรภาพ

รอยเตอร์รายงานผลเลือกตั้งไทย ภูมิใจไทยขึ้นนำผิดคาด

สำนักข่าว รอยเตอร์ (Reuters) รายงานผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สามารถคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายเกินความคาดหมายของหลายฝ่าย ส่งสัญญาณถึงการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และอาจเป็นจุดสิ้นสุดของภาวะความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ประเทศไทยเผชิญมาอย่างยาวนาน

รายงานดังกล่าวสะท้อนมุมมองของสื่อระหว่างประเทศต่อผลการเลือกตั้งไทย โดยชี้ว่า ผลคะแนนที่ออกมาสร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์การเมือง เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้กว้างขวาง ทั้งจากฐานเสียงเดิมและกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการเห็นความมั่นคงทางการเมือง

วิเคราะห์จังหวะยุบสภา ท่ามกลางกระแสชาตินิยม

รอยเตอร์ระบุว่า นายอนุทินประกาศยุบสภาเมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 ในช่วงที่สถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาปะทุขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่เลือกจังหวะได้อย่างเหมาะสม เพื่อใช้ประโยชน์จากกระแสชาตินิยมที่กำลังก่อตัวในสังคมไทย

รายงานยังอธิบายว่า ท่าทีแข็งกร้าวด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศของผู้นำฝ่ายอนุรักษ์นิยมรายนี้ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนบางส่วนที่ต้องการรัฐบาลซึ่งสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติได้อย่างชัดเจน

ภูมิใจไทยก้าวสู่ตำแหน่งแทนเพื่อไทย หลังวิกฤตกัมพูชา

รอยเตอร์รายงานว่า ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยเกิดขึ้นหลังจาก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จาก พรรคเพื่อไทย ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจากวิกฤตความสัมพันธ์กับกัมพูชา ส่งผลให้สมดุลอำนาจทางการเมืองเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

ระหว่างการแถลงข่าวหลังทราบผลการเลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่า ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยเป็นชัยชนะของประชาชนชาวไทยทุกคน ไม่ว่าประชาชนจะลงคะแนนให้พรรคหรือไม่ก็ตาม พร้อมยืนยันว่าพรรคจะทำหน้าที่บริหารประเทศอย่างเต็มความสามารถ เพื่อรับใช้ประชาชนและฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางการเมือง

ตัวเลขเบื้องต้นชี้ ภูมิใจไทยนำโด่งในสภา

ตามข้อมูลที่รอยเตอร์อ้างอิงจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุว่า เมื่อหน่วยเลือกตั้งรายงานผลแล้วเกือบร้อยละ 95 พรรคภูมิใจไทยสามารถคว้าเก้าอี้ในสภาผู้แทนราษฎรได้ถึง 192 ที่นั่ง ตามมาด้วย พรรคประชาชน 117 ที่นั่ง และ พรรคเพื่อไทย 74 ที่นั่ง ขณะที่พรรคการเมืองอื่น ๆ รวมกันได้อีก 117 ที่นั่ง จากจำนวน สส. ทั้งหมด 500 ที่นั่ง

ผลคะแนนดังกล่าวทำให้พรรคภูมิใจไทยอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบอย่างชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล แม้จะยังไม่ครองเสียงข้างมากโดยสมบูรณ์ แต่มีโอกาสสูงในการรวมเสียงกับพรรคร่วม เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากกว่าชุดก่อนหน้า

นักวิชาการมองรัฐบาลใหม่มีพลังผลักดันนโยบาย

รอยเตอร์อ้างความเห็นของ นายณพล จาตุศรีพิทักษ์ นักรัฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยไทยแลนด์ ฟีเจอร์ ในกรุงเทพฯ ที่ประเมินว่า แม้พรรคภูมิใจไทยอาจไม่ได้ครองเสียงข้างมากเด็ดขาด แต่ผลการเลือกตั้งสะท้อนว่าพรรคอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งพอจะผลักดันนโยบายสำคัญที่หาเสียงไว้

ในบรรดานโยบายดังกล่าว รวมถึงมาตรการอุดหนุนผู้บริโภค และแนวคิดในการทบทวนหรือยกเลิกข้อตกลงบางฉบับกับกัมพูชาเกี่ยวกับข้อพิพาททางทะเล ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมและเชื่อมโยงกับกระแสชาตินิยมในช่วงหาเสียง

ชี้ชัยชนะสะท้อนการรวมตัวฝ่ายอนุรักษ์นิยม

นักวิเคราะห์ยังมองว่า ชัยชนะที่เกินความคาดหมายของพรรคภูมิใจไทยสะท้อนความสำเร็จในการรวบรวมคะแนนเสียงของฝ่ายอนุรักษ์นิยม และการดึงนักการเมืองจากพรรคคู่แข่งในพื้นที่ชนบทเข้ามาสนับสนุนพรรค ตามการประเมินของรอยเตอร์

เมธิส โลหเตปานนท์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ให้ความเห็นว่า ขอบเขตของชัยชนะครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสชาตินิยม ผนวกกับกลยุทธ์การเมืองของพรรคภูมิใจไทย สามารถตอบสนองความต้องการของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภูมิใจไทยแถลงชัยชนะเลือกตั้ง ย้ำเป็นชัยชนะของประชาชนทั้งประเทศ

เพื่อไทยไร้ที่นั่งเชียงใหม่ พรรคประชาชนขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง