เพื่อไทยไร้ที่นั่งเชียงใหม่ พรรคประชาชนขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง

นับคะแนนไม่เป็นทางการชี้ เพื่อไทยพ่ายยกจังหวัดครั้งแรกในรอบหลายปี

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2569 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ หลังผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทย ไม่สามารถคว้าที่นั่ง สส. ได้แม้แต่เขตเดียวในจังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่ พรรคประชาชน ก้าวขึ้นมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งของจังหวัด ด้วยจำนวน 6 ที่นั่ง และ พรรคกล้าธรรม ตามมาเป็นอันดับสอง คว้าได้ 4 ที่นั่ง ท่ามกลางภาพรวมการเมืองภาคเหนือและภาคอีสานที่มีการแข่งขันเข้มข้น

เชียงใหม่พลิกขั้ว พรรคประชาชนคว้า 6 กล้าธรรม 4

ข้อมูลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 08.40 น. ซึ่งนับแล้วร้อยละ 92.83 ระบุว่า ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยพ่ายแพ้ในทุกเขตเลือกตั้งของจังหวัดเชียงใหม่ แม้ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคจะเคยครองที่นั่งได้ 2 เขต ถือเป็นความพ่ายแพ้ที่สวนทางกับฐานเสียงเดิมของพรรคในพื้นที่ภาคเหนือ

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนสามารถคว้าชัยชนะได้ถึง 6 เขต แม้จำนวนที่นั่งจะลดลงจากการเลือกตั้งครั้งก่อน 1 เขต ขณะที่พรรคกล้าธรรมสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคว้า 4 เขต ส่งผลให้สมดุลอำนาจทางการเมืองในจังหวัดเชียงใหม่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

เชียงราย-น่าน เพื่อไทยเสียแชมป์เก่าให้คู่แข่ง

ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ผลอย่างไม่เป็นทางการชี้ว่า นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ สส. 9 สมัย จากพรรคเพื่อไทย พ่ายแพ้ในเขต 3 ให้กับ นายพิทักษ์ แสงคำ จากพรรคกล้าธรรม ขณะที่เขต 4 นางวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สส. 3 สมัย ก็พ่ายให้กับ นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ อดีต สส.เชียงราย 4 สมัย จากพรรคเดียวกัน

ส่วนจังหวัดน่าน ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยครองที่นั่งครบทั้งจังหวัดในการเลือกตั้งปี 2566 ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปี 2569 พบว่า เขต 1 ตกเป็นของ นายเชาว์วิชญ์ อินน้อย จากพรรคประชาชน เขต 2 นายประสิทธิ์ โนทะ พรรคกล้าธรรม เอาชนะ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย และเขต 3 พรรคประชาชนคว้าชัยอีกหนึ่งเขต สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของฐานเสียงในภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง

บ้านใหญ่ยังเหนียว พะเยา-อุทัยธานีไม่เปลี่ยนมือ

ขณะที่จังหวัดพะเยา กลุ่มการเมืองท้องถิ่นของ “ตระกูลพรหมเผ่า” ยังคงรักษาที่นั่ง สส. ได้ครบทั้ง 3 เขต เช่นเดียวกับจังหวัดอุทัยธานี ที่ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สองพ่อลูก สามารถคว้าชัยชนะได้ทั้ง 2 เขต แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของฐานการเมืองระดับพื้นที่

ผลลัพธ์ดังกล่าวตอกย้ำบทบาทของการเมืองตระกูลและเครือข่ายท้องถิ่น ที่ยังคงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหลายจังหวัด แม้กระแสการเมืองระดับชาติจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ภูมิใจไทยกวาดนครสวรรค์ อีสานเดือดกล้าธรรม–เพื่อไทย

จังหวัดนครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย สามารถคว้าที่นั่งได้ถึง 5 เขต โดยเป็นการล้มแชมป์เก่าในเขต 1 และ 2 รักษาฐานเดิมในเขต 4 และ 5 และคว้าชัยในเขต 6 หลังดึง นายปราสาท ตันประเสริฐ อดีตผู้สมัครจากพรรคชาติพัฒนากล้า ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ขณะที่เขต 3 เป็นที่นั่งเดียวของพรรคกล้าธรรม

ในภาคอีสาน ผลเลือกตั้งสะท้อนการแข่งขันที่ดุเดือด โดยจังหวัดขอนแก่น เขต 9 น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร พรรคภูมิใจไทย พ่ายให้กับ นายณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง พรรคเพื่อไทย ส่วนเขต 2 นายฉลาด ขามช่วง สส. 9 สมัย จากพรรคเพื่อไทย แพ้ให้กับ นายเอกรัฐ พลซื่อ พรรคกล้าธรรม ขณะที่หนองบัวลำภู เขต 2 นายไชยา พรหมา พรรคกล้าธรรม พ่ายให้กับ นายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา พรรคเพื่อไทย

สื่อนอกชี้ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ปิดฉากการเมืองไร้เสถียรภาพ

ป.ป.ช.ชี้มูล 44 อดีต สส.ก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมเสนอแก้ ม.112 ส่งศาลฎีกา