“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาตอบโต้กรณี “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เตรียมรวบรวมรายชื่อ สส. เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนจากตำแหน่ง ปมข้อกล่าวหาเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยยืนยันว่าไม่เคยเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว มีเพียงทะเบียนบ้านเท่านั้น พร้อมระบุว่าคดีอยู่ในขั้นตอนของศาลและต้องรอคำวินิจฉัยตามกระบวนการ ขณะเดียวกันยังกล่าวเชิงหยอกกลับว่า หากอีกฝ่ายจะเดินทางไปบุรีรัมย์ให้แจ้งล่วงหน้า เผื่อจะได้พาไปกินข้าว ท่ามกลางแรงจับตาทางการเมืองต่อท่าทีของฝ่ายค้านและโอกาสรวบรวมเสียง สส. ครบ 50 คนตามรัฐธรรมนูญ
“เสรีพิศุทธ์” เดินหน้าล่าชื่อถอดถอนปมเขากระโดง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประกาศเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยถอดถอน “อนุทิน ชาญวีรกูล” และ “ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกจากตำแหน่ง โดยอ้างเหตุไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม การยื่นคำร้องดังกล่าวจำเป็นต้องมีรายชื่อ สส. สนับสนุนอย่างน้อย 50 คน ซึ่งพรรคเสรีรวมไทยมี สส. เพียง 1 คน ทำให้ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านอื่น โดยเฉพาะพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยรวมพลัง และพรรคกล้าธรรม
การเมืองฝ่ายค้านกับโจทย์รวบรวมเสียง 50 สส.
บรรยากาศทางการเมืองในขณะนี้ถูกประเมินว่า การรวบรวมรายชื่ออาจไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากหลายพรรคยังมีความสัมพันธ์เชิงการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย ทั้งในระดับการทำงานและการประสานผลประโยชน์ทางการเมือง
พรรคกล้าธรรมถูกมองว่าแม้จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่ก็ยังมีสายสัมพันธ์ทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย จนถูกเรียกว่าเป็น “พรรครอร่วมรัฐบาล” มากกว่าจะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว ขณะที่พรรคประชาชนเองก็ถูกจับตา หลังแกนนำบางส่วนเคยแสดงความเห็นในลักษณะไม่ปิดประตูต่อประเด็นเขากระโดงและกรณีฮั้ว สว.
ด้วยเหตุนี้ จึงมีการประเมินว่าโอกาสที่ฝ่ายค้านจะรวมเสียงได้ครบตามเกณฑ์อาจเป็นไปได้ยาก และทำให้ฝ่ายรัฐบาลยังคงมั่นใจต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะสั้น
“อนุทิน” ย้ำไม่มีที่ดินเขากระโดง มีเพียงทะเบียนบ้าน
ด้าน “อนุทิน ชาญวีรกูล” ชี้แจงว่า ตนไม่เคยถือครองที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ และมีเพียงทะเบียนบ้านอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเท่านั้น โดยระบุว่า บุรีรัมย์ถือเป็น “เซฟโซน” ของตนในทางการเมือง
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องที่ดินเขากระโดงอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลแล้ว ดังนั้นทุกฝ่ายควรรอคำพิพากษาตามกระบวนการยุติธรรม มากกว่าการกล่าวหาโดยไม่มีข้อยุติ พร้อมตั้งคำถามกลับว่า หากตนไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน จะนำประเด็นใดมาฟ้องร้อง
นอกจากนี้ยังกล่าวถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่า เป็นอดีตตำรวจที่อาจคุ้นชินกับการใช้ถ้อยคำกดดันผู้อื่น แต่ตนไม่ได้มีแนวคิดจะฟ้องกลับ เพราะมองว่าอีกฝ่ายอายุมากแล้ว พร้อมทิ้งท้ายในเชิงส่วนตัวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ปมจริยธรรมอาจกลายเป็นศึกการเมืองรอบใหม่
แม้ข้อกล่าวหาจะไม่ได้พุ่งตรงไปที่การถือครองที่ดินของ “อนุทิน” โดยตรง แต่สาระสำคัญอยู่ที่การกล่าวหาว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรี อาจละเลยต่อข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับที่ดินเขากระโดง จนเข้าข่ายขาดคุณสมบัติด้านจริยธรรมทางการเมือง
นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่า หากฝ่ายค้านสามารถรวบรวมรายชื่อได้ครบและศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณา จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเสถียรภาพของรัฐบาลทันที แม้ผลสุดท้ายยังไม่อาจคาดการณ์ได้ชัดเจน
ขณะเดียวกัน หากการล่าชื่อไม่ประสบผลสำเร็จ ก็มีความเป็นไปได้ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะเดินหน้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในจังหวัดบุรีรัมย์ต่อไป

