นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการกรมประมงและประมงจังหวัดทั่วประเทศเร่งดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” อย่างเข้มข้น หลังสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่กรมประมง ได้กำชับให้เดินหน้า 3 มาตรการหลักทันที ได้แก่ การจำกัดพื้นที่แพร่ระบาด การเร่งกำจัดปลาหมอคางดำ และการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมติดตามสถานการณ์รายวันแบบไม่มีกรอบเวลาผ่อนปรน โดยเฉพาะจังหวัดเสี่ยงอย่างสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง
เร่งสกัดการแพร่ระบาด ปลาหมอคางดำในพื้นที่เสี่ยง
นายวัชระพล ขาวขำ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมมอบนโยบายขับเคลื่อนงานกรมประมงว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในฐานะวาระเร่งด่วน เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อชาวประมงและระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ได้สั่งการให้อธิบดี รองอธิบดี และประมงจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงลงพื้นที่ปฏิบัติงานทุกวัน โดยไม่ต้องรอกรอบระยะเวลา เพื่อเร่งหยุดยั้งการขยายพันธุ์และการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำให้เร็วที่สุด
มาตรการหลักที่กำหนดประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ การจำกัดพื้นที่การแพร่ระบาดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การเร่งกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ และการส่งเสริมให้นำปลาไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ เพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น
ดันแปรรูปปลาหมอคางดำ สร้างรายได้ให้ชุมชน
ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม กรมประมงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรและชุมชนนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น ปลาแดดเดียว น้ำปลา ปลาร้า และน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีในหลายจังหวัด
นายวัชระพล ขาวขำ ยืนยันว่า ปลาหมอคางดำสามารถบริโภคได้ตามปกติ และมีรสชาติใกล้เคียงกับปลานิล โดยรัฐบาลต้องการผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยลดปริมาณปลาในธรรมชาติ พร้อมสร้างรายได้เสริมให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังติดตามโครงการควบคุมประชากรปลาด้วยเทคนิคทำหมัน หรือปลาโครโมโซม 4n ที่เคยทดลองในจังหวัดเพชรบุรีอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินประสิทธิผลและแนวทางขยายผลในอนาคต
วาง 4 นโยบายหลัก ยกระดับภาคประมงไทย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้กำหนดแนวทางพัฒนาภาคประมงไทย 4 ด้านสำคัญ เพื่อฟื้นบทบาทเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมประมงไทยในระยะยาว
ด้านแรก คือ การจัดการระบบนิเวศและความสมดุลทางธรรมชาติ โดยเน้นแก้ปัญหาปลาหมอคางดำและฟื้นฟูแหล่งน้ำให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ตามแนวคิด “น้ำมีปลา”
ด้านที่สอง คือ การยกระดับคุณภาพชีวิตชาวประมงและปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะปัญหาต้นทุนพลังงานที่ส่งผลต่อทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์
ส่วนด้านที่สาม เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีประมงอัจฉริยะ หรือ Smart Fisheries ผ่านการใช้ AI และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยง การแจ้งเตือนล่วงหน้า และการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ
ขณะที่ด้านที่สี่ มุ่งเน้นการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าและมาตรฐานการส่งออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก และผลักดันผลิตภัณฑ์ประมงไทยเข้าสู่ตลาดพรีเมียมมากขึ้น
เร่งช่วยชาวประมง แก้ปัญหาน้ำมันเขียวภายใน 7 วัน
นายวัชระพล ขาวขำ กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายเร่งด่วนอีกด้าน คือ การช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน และการบริหารจัดการปัญหา “น้ำมันเขียว” ซึ่งเป็นปัญหาที่ชาวประมงร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมอบหมายให้กรมประมงเร่งจัดทำมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม พร้อมกำหนดกรอบการดำเนินงานอย่างชัดเจน โดยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาให้ประชาชนต้องเห็นผลภายใน 7 วัน และรายงานความคืบหน้าโดยตรง ส่วนแผนงานระยะยาวให้จัดทำรายละเอียดภายใน 10 วัน เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ในอนาคต

