สภาฯ รับหลักการ Lemon Law วาระแรกเอกฉันท์

สภารับหลักการ ‘Lemon Law’ วาระแรก เอกฉันท์ ดันสิทธิเปลี่ยนสินค้าชำรุดไม่ต้องพิสูจน์เอง

สภาผู้แทนราษฎร มีมติเอกฉันท์รับหลักการร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือ Lemon Law ทั้ง 6 ฉบับ ในการประชุมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 พร้อมเห็นชอบให้ใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลักในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ถือเป็นกฎหมายฉบับแรกที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดยมีเป้าหมายยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคไทย ลดภาระการพิสูจน์ความเสียหายจากสินค้าชำรุด และสร้างมาตรฐานความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล

‘ศุภมาส’ ชู Lemon Law ยกระดับสิทธิผู้บริโภคไทย

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงเย็นวันที่ 24 มิถุนายน ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในฐานะผู้แทนคณะรัฐมนตรี ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. ต่อที่ประชุมในวาระรับหลักการ

ศุภมาสระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่เห็นชอบให้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มความคุ้มครองแก่ผู้บริโภค และสร้างกลไกทางกฎหมายที่ช่วยให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมมากขึ้นเมื่อพบปัญหาจากการซื้อสินค้า

แก้ปัญหาผู้บริโภคแบกภาระพิสูจน์สินค้าชำรุด

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอธิบายว่า ปัจจุบันสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี มีความซับซ้อนมากขึ้นจนผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบข้อบกพร่องได้อย่างครบถ้วนในวันที่รับสินค้า

เมื่อเกิดปัญหาในภายหลัง ผู้ซื้อจำนวนมากต้องรับภาระพิสูจน์ด้วยตนเองว่าสินค้ามีความชำรุดบกพร่องมาตั้งแต่ก่อนส่งมอบ ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่าย ความยุ่งยาก และข้อพิพาทกับผู้ประกอบการ ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระดังกล่าว และทำให้กระบวนการเรียกร้องสิทธิเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สินค้าชำรุดในกำหนดเวลา สันนิษฐานว่าบกพร่องตั้งแต่ต้น

สาระสำคัญของร่างกฎหมายกำหนดหลักการสำคัญว่า หากสินค้ามีความชำรุดบกพร่องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้านั้นมีข้อบกพร่องมาตั้งแต่วันส่งมอบ โดยผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์เอง

สำหรับสินค้าทั่วไป เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และรถจักรยานยนต์ กำหนดระยะเวลาสันนิษฐานความบกพร่องไว้ 6 เดือน ขณะที่รถยนต์กำหนดระยะเวลาไว้ 1 ปี นับจากวันที่ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ

เปิดทางซ่อม เปลี่ยน ลดราคา หรือคืนเงินได้

ร่างกฎหมายยังเปิดช่องให้ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิเรียกร้องหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการให้ผู้ขายซ่อมแซมสินค้า เปลี่ยนสินค้าใหม่ ลดราคาสินค้า หรือยกเลิกสัญญาพร้อมขอคืนเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด

ในกรณีที่พบความบกพร่องร้ายแรงซึ่งกระทบต่อสาระสำคัญของสินค้า ผู้ซื้อสามารถขอเปลี่ยนสินค้าใหม่ได้ทันที โดยสินค้าทั่วไปต้องดำเนินการภายใน 7 วัน ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้รับสินค้า

กำหนดกรอบเวลาซ่อมชัดเจน เพิ่มความรับผิดผู้ขาย

อีกหนึ่งสาระสำคัญของกฎหมายคือการกำหนดกรอบเวลาการซ่อมแซมสินค้าให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาการยืดเยื้อในการรับประกันสินค้า

ร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้ขายต้องซ่อมสินค้าทั่วไปให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ขณะที่รถยนต์ต้องซ่อมเสร็จภายใน 90 วัน นอกจากนี้ยังใช้หลักความรับผิดโดยเคร่งครัดกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งผู้ขายจะต้องรับผิดหากเกิดความบกพร่องภายในระยะเวลาและระยะทางที่กฎหมายกำหนด

คาดลดข้อพิพาทและยกระดับมาตรฐานคุ้มครองผู้บริโภค

ศุภมาสกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการเลือกซื้อสินค้า โดยผู้บริโภคควรได้รับสินค้าที่มีคุณภาพสมเหตุสมผลกับราคาที่จ่าย และต้องมีระบบรองรับที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมเมื่อเกิดข้อบกพร่อง

เธอมองว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยลดจำนวนข้อพิพาทระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ลดภาระการฟ้องร้อง และกระตุ้นให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและบริการมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ

ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือการใช้บริการ สามารถร้องเรียนหรือขอคำปรึกษาเพิ่มเติมผ่านสายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ของ สคบ. และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ

ครม.เห็นชอบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท ทุกสายในกรุงเทพฯ

ครม.เห็นชอบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท ตั้งเป้าเริ่มใช้ปีใหม่ 2570