วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. พรรคประชาชน ร่วมกับ มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) และ สภาองค์กรของผู้บริโภค แถลงผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอปลากระป๋อง หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการนำปลาต่างชนิดมาใช้แทนปลาซาร์ดีน ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระบุว่า หนึ่งในตัวอย่างที่ตรวจพบเป็น ปลาหมอคางดำ ขณะที่อีกตัวอย่างเป็นปลานิล ด้านณัฐชายืนยันเตรียมยื่นดำเนินคดีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบกระบวนการรับรองมาตรฐานและที่มาของวัตถุดิบอย่างโปร่งใส
ณัฐชาเผยผลแล็บ DNA พบปลาหมอคางดำในปลากระป๋อง
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ส่งตัวอย่างปลากระป๋องที่ประชาชนร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แต่ไม่ได้รับการตรวจสอบ โดยได้รับคำชี้แจงว่าเป็นประเด็นทางการเมือง จึงประสาน มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) ส่งตัวอย่างไปตรวจที่ศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารทะเล คณะอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผลตรวจด้วยเทคนิค DNA Mini-barcoding ระบุว่า ตัวอย่างแรกคือปลากระป๋องยี่ห้อ “ปิ่นทอง” ผลิตในจังหวัดสมุทรสงคราม มีดีเอ็นเอตรงกับปลานิลด้วยค่าความสอดคล้อง 99.03-99.35% ส่วนตัวอย่างที่สองคือปลากระป๋องยี่ห้อ “ดอกตันหยง” ของบริษัท ศรีรุ้งงาม ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกรมประมงและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อายัดไว้ ผลการสุ่มตรวจชิ้นเนื้อปลา 3 ชิ้น ตรวจซ้ำ 8 ครั้ง ยืนยันว่าตรงกับดีเอ็นเอของปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) ตามฐานข้อมูลของกรมประมง
จ่อเอาผิด 4 หน่วยงานรัฐ ปมตรวจสอบไม่ถึงระดับดีเอ็นเอ
นายณัฐชา ระบุว่า จะส่งผลตรวจทั้งหมดให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากก่อนหน้านี้มีการยืนยันว่าเนื้อปลาในกระป๋องไม่ใช่ปลาหมอคางดำ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจสอบที่ผ่านมาอาจอาศัยเพียงลักษณะภายนอกของปลา เช่น ก้าง หนัง และเนื้อ โดยไม่ได้ตรวจในระดับพันธุกรรม
นอกจากนี้ ยังเตรียมดำเนินคดีกับ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการตรวจสอบไม่ครบถ้วน พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาของปลาที่ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร หลังภาครัฐเคยใช้งบประมาณจำนวนมากรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปกำจัดและแปรรูปเป็นปุ๋ยหรือน้ำหมัก
BIOTHAI เสนอรัฐตรวจซ้ำ-เปิดผลแล็บอย่างโปร่งใส
ด้าน นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้อำนวยการ และ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการ มูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) เห็นตรงกันว่า ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนส่งผลกระทบทั้งต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการจัดการปัญหาปลาหมอคางดำที่แพร่ระบาดในระบบนิเวศ
ทั้งสองฝ่ายเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมประมงเปิดเผยผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์อย่างโปร่งใส ตรวจสอบปลากระป๋องที่ถูกอายัดกว่า 10,000 กระป๋องซ้ำอีกครั้ง รวมถึงขยายการตรวจสอบไปยังผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปประเภทอื่น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
สภาผู้บริโภคชี้ หากฉลากระบุซาร์ดีนต้องเป็นซาร์ดีน
นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่การเป็นปลานิลหรือปลาหมอคางดำ แต่คือการที่ฉลากผลิตภัณฑ์ระบุว่าเป็นปลาซาร์ดีน หากมีการใช้ปลาอีกชนิดหนึ่งแทน ย่อมเข้าข่ายทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด และอาจขัดต่อกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติอาหารปลอดภัย ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภามานานกว่า 2 ปี โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวจะกำหนดระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบในห่วงโซ่อาหารได้อย่างโปร่งใส และช่วยป้องกันการนำวัตถุดิบที่ไม่ตรงตามฉลากเข้าสู่ตลาด


