กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมภายหลังการหารือระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ในโอกาสการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2569 โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และความร่วมมือระดับภูมิภาค พร้อมเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ แก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน และเร่งบริหารจัดการมลพิษทางน้ำร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศ
ไทย-เมียนมา ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์และยาเสพติด
แถลงการณ์ร่วมระบุว่า ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง และผลักดันการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-เมียนมา (Joint Commission: JC) ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในประเด็นสำคัญร่วมกัน
ด้านความมั่นคง ไทยและเมียนมาตกลงยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยให้ความสำคัญกับการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเครือข่ายค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันตัดวงจรเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างใกล้ชิด

ตั้งเป้าการค้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เดินหน้าพลังงานและเปิดด่านชายแดน
ทั้งสองประเทศยืนยันเป้าหมายส่งเสริมการค้าทวิภาคีให้มีมูลค่าแตะ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชายแดน
ผู้นำทั้งสองฝ่ายยังแสดงความยินดีต่อการกลับมาเปิดจุดผ่านแดนถาวรบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 (เมียวดี-แม่สอด) ซึ่งถือเป็นเส้นทางสำคัญของการค้าชายแดน พร้อมเห็นพ้องศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติมตามความพร้อมด้านความมั่นคงของแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ ไทยและเมียนมายังยืนยันความร่วมมือด้านพลังงาน โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของทั้งสองประเทศ รวมถึงร่วมแสดงความยินดีต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) และความตกลงฉบับใหม่ด้านแรงงาน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการแรงงานระหว่างกัน
ร่วมแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน เร่งบริหารจัดการคุณภาพน้ำชายแดน
ด้านสิ่งแวดล้อม ผู้นำไทยและเมียนมายืนยันความร่วมมือในการรับมือปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ทั้งปัญหาหมอกควัน การเผาในที่โล่ง ไฟป่า และมลพิษทางน้ำ โดยจะเดินหน้าพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังไฟป่า รวมถึงขยายความร่วมมือด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเด็นการปนเปื้อนของสารพิษจากเหมืองในเมียนมาที่ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำชายแดนของไทย ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการลงนามเอกสารกำหนดกรอบการทำงานของคณะทำงานร่วมด้านการบริหารจัดการคุณภาพน้ำ พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดประชุมและดำเนินความร่วมมือด้านการตรวจสอบและฟื้นฟูคุณภาพน้ำโดยเร็ว
หนุนความร่วมมืออาเซียน พร้อมสนับสนุนบทบาทเมียนมาในเวทีภูมิภาค
ในมิติด้านสังคมและวัฒนธรรม ไทยและเมียนมาเห็นพ้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน และเพิ่มความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในระดับประชาชนของทั้งสองประเทศ
ส่วนความร่วมมือระดับภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายยืนยันการสนับสนุนซึ่งกันและกันในกรอบอาเซียน BIMSTEC ACMECS และความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาค
รัฐบาลไทยยังยืนยันสนับสนุนการดำรงตำแหน่งประธาน ACMECS ของเมียนมา และพร้อมทำงานร่วมกับเมียนมาอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเมียนมาในกลไกต่าง ๆ ของอาเซียนตามกฎบัตรอาเซียน ขณะที่ฝ่ายเมียนมาแสดงความขอบคุณต่อบทบาทของไทยในการสนับสนุนการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียน พร้อมยืนยันเดินหน้ากระบวนการเจรจาสันติภาพภายใต้แนวทางที่เมียนมาเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำ

