นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น โดยระบุว่าข้อมูลรายชื่อจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีจำนวนมากกว่าข้อมูลของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒถึง 5,121 ราย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการทุจริตอาจดำเนินการเป็นระบบ และเรียกร้องให้ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ โดยเฉพาะบุคคลที่อาจอยู่เบื้องหลังการซื้อขายตำแหน่งและเปลี่ยนแปลงผลสอบ
โรมตั้งข้อสังเกตข้อมูลโกงสอบท้องถิ่นไม่ตรงกัน
รังสิมันต์ โรม ระบุว่า คณะกรรมาธิการกำลังตรวจสอบข้อมูลการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยพบว่ารายชื่อที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. มีอยู่ มากกว่ารายชื่อของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ มศว. ถึง 5,121 คน และพบจำนวนมากที่สุดในพื้นที่ภาคใต้
ประเด็นที่ กมธ. ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือบุคคลที่ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดสอบ แต่กลับเข้ามามีบทบาทในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสอบ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบว่าเข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร และมีหน้าที่ใดตามกฎหมายหรือไม่
ตั้งคำถามปมที่ปรึกษานายกฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง
นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบางรายให้ข้อมูลต่อ กมธ. ว่า สถ. เคยประสานงานกับนายทองเจือ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายทองเจือพูดคุยกับ มศว. เรื่องการรวมศูนย์ตรวจข้อสอบ
อย่างไรก็ตาม มศว. ยืนยันว่าเคยพูดคุยกับนายทองเจือจริง แต่ไม่ได้พูดคุยกันเกี่ยวกับการตรวจข้อสอบ ทำให้ กมธ. ตั้งคำถามถึงบทบาทของบุคคลดังกล่าว รวมถึงต้องตรวจสอบว่านายทองเจือได้รับมอบหมายจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่

โรมย้อนปมชะลอสัญญามหาวิทยาลัยบูรพา
อีกประเด็นที่ กมธ. เตรียมตรวจสอบ คือเหตุการณ์ช่วงเดือนมกราคม 2567 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำสัญญากับมหาวิทยาลัยบูรพา โดยกำหนดเดิมอยู่ระหว่างวันที่ 10-16 มกราคม แต่มีมติของนายอนุทินให้ชะลอการลงนามเมื่อวันที่ 17 มกราคม
นายรังสิมันต์ ระบุว่า มีข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีการร้องเรียนถึงนายอนุทินเมื่อวันที่ 5 มกราคม โดยคาดว่าอาจมาจากบุคคลในจังหวัดศรีสะเกษ จึงต้องตรวจสอบต่อว่าใครเป็นผู้ร้องเรียน ใครเป็นผู้ชักนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบท้องถิ่นในภายหลังหรือไม่
ตั้งข้อสังเกตการทุจริตอาจมีโครงสร้างเป็นระบบ
หลังมีการชะลอการทำสัญญา กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โดยผลการตรวจสอบไม่ได้พบว่ามหาวิทยาลัยบูรพามีการทุจริต และมีข้อเสนอว่าการสอบภาค ก. ซึ่งเป็นการสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ควรนำผลจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. มาใช้
ต่อมา คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. มีแนวทางให้ดำเนินการสอบเอง นายรังสิมันต์จึงตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการที่นำไปสู่ปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่นในปัจจุบันอาจมีการวางระบบและดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน
ชี้ต้องตรวจสอบตั้งแต่ฝ่ายการเมืองถึงภาคธุรกิจ
นายรังสิมันต์ ตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แต่มีความเป็นไปได้ว่ามีบุคคลหลายระดับเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายการเมือง ข้าราชการระดับสูง ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ
ประธาน กมธ. เปรียบเทียบลักษณะการทำงานที่พบว่าอาจมีการแบ่งบทบาทและส่งต่อภารกิจกันเป็นขั้นตอน จนมีลักษณะคล้ายองค์กรอาชญากรรม พร้อมย้ำว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงผ่านกระบวนการตามกฎหมาย
จี้รัฐบาลส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช. เร่งตรวจสอบ
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คณะทำงานของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคดีไว้แล้ว แต่จนถึงขณะนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ยังไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลมีเหตุผลใดที่ยังไม่ส่งข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานอิสระตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบกระดาษคำตอบ โดยมีการประสานขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชมาแล้วหลายเดือน นายรังสิมันต์จึงเรียกร้องให้เร่งนำกระดาษคำตอบมาตรวจสอบ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและหาต้นตอของการทุจริตได้ชัดเจนขึ้น
กมธ. ยังไม่สรุปตั้งศูนย์สอบแห่งชาติ
สำหรับแนวคิดการจัดตั้งศูนย์สอบแห่งชาติ นายรังสิมันต์ระบุว่า ขณะนี้ กมธ. ยังไม่ได้พิจารณาไปถึงขั้นดังกล่าว เพราะภารกิจสำคัญในเวลานี้คือการค้นหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตสอบท้องถิ่น และตรวจสอบกระบวนการตั้งแต่ต้นทาง
นายรังสิมันต์ตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการตรวจสอบ โดยเฉพาะกรณีที่ยังไม่มีการตรวจข้อสอบอย่างครบถ้วน พร้อมเห็นว่าหากมุ่งดำเนินการเฉพาะเจ้าหน้าที่บางรายแล้วตัดตอนคดี อาจไม่สามารถเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดของกระบวนการได้
เตรียมตรวจ IP หาความเชื่อมโยงผู้สมัครหลายราย
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์เปิดเผยว่า กมธ. กำลังขอข้อมูลจาก ป.ป.ช. เกี่ยวกับข้อมูล IP หรือหมายเลขประจำอุปกรณ์และเครือข่ายที่ใช้ในการสมัครสอบ โดยมีบริษัทเอกชนมอบข้อมูลดังกล่าวให้หน่วยงานตรวจสอบแล้ว
ประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบว่า IP เดียวกันถูกใช้สมัครสอบให้กับผู้สมัครหลายรายหรือไม่ หากพบรูปแบบผิดปกติ จะต้องขยายผลเพื่อเชื่อมโยงไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ การตรวจสอบยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานและยังไม่สามารถสรุปผู้กระทำผิดได้

