เสด็จพี่พร้อมพงษ์ ยื่นร้องประธานสภา สอบจริยธรรม “พล.อ.ประวิตร” หลังขาดประชุมสภา 81.25% ผิดจริยธรรม สส.หรือไม่
วันที่ 18 กันยายน 2567 ที่รัฐสภา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าได้ทำหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสส.หรือไม่
โดยนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรไม่ได้มาลงมติประมาณ 13 ครั้ง จากทั้งหมด 16 ครั้ง หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากับ 81.25 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นจริงถือว่าการทำหน้าที่ของ สส.น่าเป็นห่วง เพราะตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ที่กำหนดไว้ว่า สส.จะต้องอุทิศเวลามาประชุม และต้องไม่ขาดประชุมโดยไม่จำเป็น เว้นแต่เจ็บป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(12) สมาชิกภาพ สส. สิ้นสุดลงเมื่อขาดประชุมเกิน 1 ใน 4 ของจำนวนวันประชุม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภาฯ ถามว่าวันนี้ พล.อ.ประวิตรในฐานะสส.บัญชีรายชื่อมาทำหน้าที่ครบถ้วนหรือไม่ตามที่ประชาชนได้ร้องเรียนตนมา
“ผมไม่ได้ร้องเรียนแค่พล.อ.ประวิตรเพียงคนเดียว หากมีประชาชนมาร้องเรียนผมก็จะตรวจสอบเหมือนกัน ไม่ว่าจะฝ่ายค้าน พรรครัฐบาล พรรคเพื่อไทยก็ตรวจเหมือนกัน ฉะนั้น ขอให้สบายใจ อย่างเช่นรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องบริษัทเอ็นที ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีคนร้องว่ามีการฮั้วประมูลโครงการคลาวด์ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตอนนี้ได้ชะลอโครงการอยู่ ผมไม่ร้องเหมือนนักร้องบ้านป่า ผมร้องจริง” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
เมื่อถามว่า หากประชาชนไม่ร้องเรียนสส.คนอื่น ก็จะไม่ยื่นเรื่องตรวจสอบใช่หรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า หากเขาไม่ร้องมาหรือที่เรียกว่าเหตุไม่ปรากฎ ไม่มีผู้ร้อง เราก็ไม่ดำเนินการ
ถามต่อว่า ในช่วงหลังมีการร้องเรียนหลายครั้งถือเป็นการหวังผลทางการเมืองหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้หวังผลการเมือง แต่หวังเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่นเรื่องคลิปเสียงตนไม่ได้ไปอัด ถามว่าใครจะอัดได้ถ้าไม่ใช่คนใกล้ชิด
นอกจากนี้ นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรค พปชร. ยื่นฟ้องจากเหตุการณ์นำคลิปเสียงมาเผยแพร่ ว่า ทุกคนมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญตามคำพิพากษาศาลฎีกาการฟ้องหมิ่นประมาทสามารถใช้คลิปต่างๆ เป็นหลักฐานได้ นายไพบูลย์พูดความจริงเพียงครึ่งเดียวที่เข้าข้างตัวเอง แต่อีกครึ่งหนึ่งไม่ได้อ่าน ซึ่งตนไม่กังวลอะไร
“ปลัดกระทรวงมหาดไทยยินยันว่าคลิปเสียงเป็นของจริง ยอมรับอย่างลูกผู้ชาย และความจริงอีกครึ่งหนึ่งคือการที่รองนายกฯ น่าจะไปแทรกแซง น่าจะไปของบฯ ไม่ได้ เพราะอำนาจเป็นของเจ้ากระทรวง” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
เมื่อถามว่า มีอะไรอยากฝากถึง พล.อ.ประวิตร หรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ควรจะหาข่าวบุคคลที่อัดคลิปเสียงและต้องพิสูจน์ความสามารถของนายไพบูลย์ในฐานะเลขาธิการพรรคว่าสมกับเป็นเลขาธิการพรรค ที่มีสส.ฝ่ายค้านมากเป็นอันดับสอง อย่าเพิ่งไปฟ้องคนอื่น ขอให้ทำความจริงตรงนี้ให้ปรากฎว่าคลิปจริงหรือปลอม
และขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประวิตร นายไพบูลย์ คณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค พปชร. แถลงอย่างเป็นทางการว่าคลิปที่หลุดออกมาเป็นความจริงหรือไม่ อย่าเพิ่งไปฟ้องคนอื่นหรือสื่อมวลชน เพราะไม่เช่นนั้นสังคมจะหาว่าเป็นการฟ้องแก้เกี้ยวหรือปิดปาก และอยากให้พล.อ.ประวิตรเข้าสภาฯ เพื่ออภิปรายในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือยื่นกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี วันนี้ถือว่าเป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับสองในสภาฯ แล้ว ขอให้มาทำหน้าที่ด้วย หากไม่เข้าสภาฯ ตนจะตามตลอด
