แพทองธารเผยความรู้สึกประเดิมเก้าอี้นายกฯ ร่วมประชุม ACD หลายชาติเร่งรัดความร่วมมือเศรษฐกิจ ตื่นตัวมาลงทุนในไทย มอบหน่วยงานไทยสานต่อ
วันที่ 3 ตุลาคม 2567 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลสำเร็จการเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำกรอบความร่วมมือเอเชียครั้งที่ 3 (3rd ACD Summit ) ว่าระหว่างการประชุมหลายประเทศได้กล่าวยกย่องไทยในฐานะผู้ริเริ่มและเป็นเวทีสำหรับความร่วมมือ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
โดยหลายประเทศยังสนใจและตื่นตัวที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยได้สอบถามโอกาสความร่วมมีอกับไทย โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี การศึกษา ซึ่งหลายประเทศติดตามและชื่นชมที่ Google ได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เกี่ยวกับคลาวด์และเทคโนโลยี รวมทั้งด้านศึกษา อาหารไทยมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับด้านการแพทย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
นายกรัฐมนตรียังย้ำจุดยืนของไทยในการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคั่งร่วมกัน ไทยอยากเห็นและผลักดันให้เกิดสันติภาพ โดยให้ความสำคัญกับการปกป้องชีวิตบริสุทธ์ และกฎบัตรสหประชาชาติ
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการหารือกับเจ้าผู้ครองรัฐและผู้นำประเทศ ทั้งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน นายมัสอูด เปเซชกียาน (Masoud Pezeshkian) เน้นเศรษฐกิจ เทคโนโลยี ในส่วนของการเฝ้าและหารือกับเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ “เชค ตะมีน บิน ฮะมัด อาล ษานี (His Highness Sheikh Tamim Bin Hamad Al-Thani) ทรงได้แสดงความสนใจถึงความมั่นคงด้านอาหาร โดยไทยได้เสนอรูปแบบการสั่งซื้ออาหารไทย โดยไทยจะเก็บและพร้อมส่งอาหารให้เมื่อต้องอาหาร ซึ่งได้รับความสนใจจากหลายประเทศ
ซึ่งหลังจากนี้จะให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามต่อไป
ในส่วนการหารีอกับนายเอมอมาลี เราะห์มาน (Mr. Emomali Rahmon) ประธานาธิบดีทาจิกิสถาน กล่าวว่าเคยมาท่องเที่ยวพักผ่อนที่ภูเก็ต ชื่นชอบอาหารทะเลของไทย เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อาหารทะเลไทยด้วย และการเข้าเฝ้ามกุฎราชกุมารและรองเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต “เชค เศาะบาฮ์ อัลคอลิด อัลฮะมัด อัลมุบาร็อก อัศเศาะบาฮ์” Sheikh Sabah Al-Khaled Al-Hamad Al-Mubarak Al-Sabah ทรงแสดงความยินดีที่ไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุม ACD ในปีหน้า โอกาสนี้นายกรัฐมนตรียังเชิญชวนให้เข้าร่วมการลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ด้วย
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเข้าร่วมประชุม ACD และพบปะผู้นำประเทศ สัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งความร่วมมือและความช่วยเหลือ ยกระดับความสัมพันธ์แต่ละประเทศให้ใกล้ชิด ได้คุยหารือ และยอมรับท่าทีการต่างประเทศของไทย ที่ยึดมั่นต่อการส่งเสริมสันติภาพโลกและรักษาความเป็นกลาง
โดยนายกรัฐมนตรีพอใจกับผลงานครั้งแรกในการเข้าร่วมประชุมในเวทีระหว่างประเทศในครั้งนี้ ทุกประเทศให้ความสนใจและให้เวลาในการพูดคุยกับไทย รวมทั้งเร่งรัดความร่วมมือเศรษฐกิจ เทคโนโลยีด้านอาหาร ซึ่งจากนี้จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสานต่อ ซึงการเดินทางครั้งนี้เป็นการแสวงหาโอกาสและรายได้ให้กับประเทศไทย คนไทยต่อไป
ข้อมูล/ภาพ : ประชาชาติธุรกิจ


