สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ชี้แจงกรณีมติยกคำร้อง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในข้อกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จและซุกหุ้น โดยระบุว่าข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช. พิจารณาเป็นคนละประเด็นกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมยืนยันไม่พบพฤติการณ์ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ขณะที่ประเด็นจริยธรรมยังอยู่ระหว่างตรวจสอบเบื้องต้น
ป.ป.ช.ชี้ข้อเท็จจริงต่างจากศาลรัฐธรรมนูญ ปมบัญชีทรัพย์สิน
สุรพงษ์ อินทรถาวร อธิบายว่า การพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มุ่งตรวจสอบว่ามีการจงใจปกปิดหรือแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้เรื่องคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
จากการตรวจสอบพบว่า ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินทั้ง 6 ครั้งของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไม่ปรากฏรายการหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวยังไม่เพียงพอจะชี้ว่าเป็นการจงใจปกปิด เนื่องจากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิความเป็นเจ้าของหุ้นกับบุคคลอื่น
ป.ป.ช.ยังระบุว่า ภายหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2567 เจ้าตัวได้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อเรียกร้องสิทธิในเงินลงทุน และต่อมาได้มีการประนีประนอมยอมความ ก่อนยื่นปรับปรุงบัญชีทรัพย์สินให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนการดำเนินการตามขั้นตอนหลังมีข้อยุติ
ลำดับเหตุการณ์โอนหุ้น-ข้อพิพาททางกฎหมาย
ข้อมูลจากการตรวจสอบพบว่า การโอนเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่นเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2561 และมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเรียบร้อยก่อนที่ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ จะเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เนื่องจากยังคงมีลักษณะถือหุ้นผ่านบุคคลอื่น เจ้าตัวได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้โอนสิทธิกลับคืน แต่คู่กรณีไม่ยินยอม ทำให้คดีเข้าสู่กระบวนการศาลก่อนจะยุติด้วยสัญญาประนีประนอม
สาระสำคัญของข้อตกลงดังกล่าวคือ การยอมรับสิทธิการถือหุ้นของคู่กรณี และมีการทำธุรกรรมซื้อขายที่ดินเพื่อยุติข้อพิพาท พร้อมทั้งไม่มีการดำเนินคดีต่อกันอีก ซึ่งศาลมีคำพิพากษาตามยอม ส่งผลให้ข้อพิพาทสิ้นสุดลงตามกฎหมาย
ไม่พบใช้อำนาจเอื้อประโยชน์สัญญารัฐ
ในประเด็นข้อกล่าวหาว่า ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ใช้อำนาจในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เอื้อประโยชน์ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ป.ป.ช. ระบุว่าได้ตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด
การไต่สวนรวมถึงการสอบพยานบุคคล 25 ปาก และการขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พบว่าไม่ปรากฏหลักฐานการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
นอกจากนี้ การเข้าร่วมเป็นคู่สัญญาของห้างดังกล่าวในช่วงปี 2562-2566 ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนดำรงตำแหน่ง และเป็นไปตามกระบวนการแข่งขันผ่านระบบ e-bidding ตามปกติ จึงไม่พบพฤติการณ์เอื้อประโยชน์หรือสมยอมราคาแต่อย่างใด
ปมจริยธรรมยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ
แม้ ป.ป.ช. จะมีมติยกคำร้องในประเด็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ แต่ในส่วนของข้อกล่าวหาการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้น
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่าจะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนกฎหมายอย่างรอบคอบ โดยยึดหลักฐานเชิงประจักษ์และข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นธรรมและโปร่งใส

