นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ เปิดเผยถึงการเตรียมเลื่อนพิจารณาญัตติให้รัฐบาลทบทวนโครงการ แลนด์บริดจ์ ออกไปเป็นสัปดาห์หน้า เพื่อเปิดทางให้ สว. ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและเตรียมอภิปรายอย่างครบถ้วน พร้อมตั้งคำถามต่อรัฐบาลว่า การเร่งผลักดันโครงการขนาดใหญ่นี้มีเป้าหมายเพื่อปิดดีลให้ใครหรือไม่ ท่ามกลางข้อกังวลด้านความโปร่งใสและผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ
เลื่อนญัตติแลนด์บริดจ์ เปิดทางถกข้อมูลรอบด้าน
นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ในฐานะประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชนฯ ระบุว่า การตัดสินใจเลื่อนญัตติออกไปมีเป้าหมายเพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาที่สนใจเข้าร่วมอภิปรายได้เตรียมข้อมูลอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะเมื่อมีหลายคณะกรรมาธิการที่อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดและเตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง
เขาให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า การอภิปรายในประเด็นโครงการขนาดใหญ่อย่างแลนด์บริดจ์ จำเป็นต้องตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่รอบคอบและรัดกุม การเร่งพิจารณาโดยไม่มีข้อมูลเพียงพออาจส่งผลต่อคุณภาพของการตัดสินใจเชิงนโยบาย จึงเห็นควรให้เวลาเพิ่มเติมแก่สมาชิกในการเตรียมความพร้อม
ตั้งข้อสังเกต เร่งโครงการทั้งที่ไม่อยู่ในนโยบายรัฐบาล
ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ โดยชี้ว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้ปรากฏในนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองแกนนำรัฐบาล และไม่ได้รวมอยู่ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลับเร่งผลักดันให้เป็นวาระสำคัญลำดับต้น ๆ ซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงแรงจูงใจเบื้องหลัง โดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ตั้งข้อสงสัยว่า การเร่งดำเนินโครงการอาจเกี่ยวข้องกับความพยายาม “ปิดดีล” บางอย่างหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลควรชี้แจงอย่างโปร่งใส
ชี้เหตุผลสงครามตะวันออกกลางยังไม่เพียงพอ
ต่อกรณีที่รัฐบาลอ้างสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นเหตุผลในการเร่งโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร เห็นว่าเป็นคำอธิบายที่ยังไม่ชัดเจนและมีน้ำหนักไม่เพียงพอ
เขาระบุว่า ยังไม่มีการอธิบายอย่างเป็นรูปธรรมว่า โครงการนี้จะช่วยตอบโจทย์เศรษฐกิจหรือความมั่นคงของประเทศไทยในบริบทปัจจุบันได้อย่างไร รวมถึงยังไม่มีความชัดเจนในเชิงกลไกหรือเงื่อนไขที่จะทำให้แลนด์บริดจ์กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สมดุลในมิติภูมิรัฐศาสตร์
เรียกร้องเปิดข้อมูล-ทำประชามติสองระดับ
ในประเด็นการลงพื้นที่ของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร เสนอว่า ควรเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการชี้แจงข้อดีของโครงการ
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลทุกด้านอย่างโปร่งใส และเสนอให้มีการทำประชามติทั้งในระดับประเทศและระดับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อโครงการขนาดใหญ่ที่อาจส่งผลต่ออนาคตของประเทศในระยะยาว


