นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงความไม่พอใจต่อการทำงานของหน่วยงานรัฐ หลังเกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่มซ้ำหลายโครงการในรอบ 10 เดือน พร้อมตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบต่อบริษัทผู้รับเหมารายเดิม โดยเฉพาะกรณีอิตาเลียนไทย ที่มีเหตุร้ายแรงต่อเนื่องถึง 4 ครั้ง การแสดงจุดยืนดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมเร่งด่วนด้านความปลอดภัยโครงการคมนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 โดยนายกฯ ย้ำว่าไม่ได้หาเรื่องผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ต้องการความชัดเจนในการเอาผิดตามสัญญา เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและนักลงทุน
เรียกประชุมด่วนหลังเครนถล่มซ้ำ โครงการคมนาคมเสี่ยงสูง
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การเป็นประธานของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วม พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เหตุผลสำคัญของการประชุมเร่งด่วนคืออุบัติเหตุจากโครงการรถไฟความเร็วสูงที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันก่อนหน้า และยังไม่ทันได้สรุปบทเรียน ก็มีรายงานอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกันจากโครงการทางยกระดับพระราม 2 ในเช้าวันเดียวกัน สะท้อนปัญหาด้านความปลอดภัยที่ไม่อาจมองข้ามได้
ชี้ผู้รับเหมารายเดิมก่อเหตุซ้ำ ตั้งคำถามบทลงโทษที่ไม่เคยเกิด
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เสียชีวิตและความสูญเสีย แต่คือข้อเท็จจริงที่ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากผู้รับเหมารายเดียวกัน และไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งหรือสองครั้ง แต่ต่อเนื่องยาวนานถึง 4 เหตุการณ์ในรอบ 10 เดือน
เขายกตัวอย่างกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเดือนเมษายนปีก่อน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิกสัญญา หรือดำเนินการลงโทษตามเงื่อนไข ทั้งที่ทุกสัญญามีหลักประกันและแบงก์การันตี พร้อมตั้งคำถามว่าการระงับก่อสร้างเพียงชั่วคราวโดยไม่มีบทลงโทษจริงจัง เพียงพอแล้วหรือไม่ต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น
ยืนยันไม่โจมตีผู้ว่าฯ รฟท. แต่ต้องมีผู้รับผิดชอบ
ต่อประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า นายกรัฐมนตรีมุ่งกดดันผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นายอนุทิน ชี้แจงว่าไม่ได้เป็นการหาเรื่อง แต่เนื่องจากผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารรถไฟ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทยในฐานะผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ
นายกรัฐมนตรีอธิบายว่า ความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องแยกความรับผิดชอบออกเป็นสองส่วน คือความรับผิดชอบของรัฐต่อประชาชนผู้ใช้บริการ และการดำเนินการตามสัญญาเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับเหมา โดยย้ำว่าการที่ขณะนี้การรถไฟฯ ยังไม่มีผู้ว่าการตัวจริง ไม่ใช่เหตุผลที่จะปล่อยให้ความรับผิดชอบเลือนหาย
จี้ตัดสินใจเด็ดขาด ปมอิตาเลียนไทย 4 เหตุใน 10 เดือน
นายกรัฐมนตรีตั้งคำถามต่อที่ประชุมอย่างตรงไปตรงมาว่า หน่วยงานรัฐจะดำเนินการอย่างไรกับบริษัท อิตาเลียนไทย หลังเกิดเหตุซ้ำถึง 4 ครั้ง พร้อมระบุว่า ตนไม่อาจยอมรับมาตรการลงโทษเพียงให้หยุดงานชั่วคราว 2 สัปดาห์ แล้วกลับมาก่อสร้างต่อได้อีก
เขาย้ำว่า แม้โครงการรถไฟความเร็วสูงจะคืบหน้าไปแล้วกว่า 85% แต่หากจำเป็นต้องยกเลิกสัญญาและหาผู้รับเหมารายใหม่ในส่วนที่เหลือ ก็ต้องดำเนินการตามสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายในฐานะผู้ละทิ้งงาน พร้อมชี้ว่า การตัดสินใจดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากฝ่ายกฎหมายของรัฐ เพื่อให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจนและรัดกุม
เตือนหยุดโยนกันไปมา สร้างความเชื่อมั่นประชาชนและนักลงทุน
ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า หน่วยงานรัฐไม่ควรโยนความรับผิดชอบกันไปมา โดยอ้างระเบียบหรือขั้นตอน เพราะกฎหมายและกลไกการควบคุมมีอยู่ครบ ทั้งกรมบัญชีกลาง เจ้าของโครงการ ที่ปรึกษากฎหมายของรัฐ และสภาวิศวกร ซึ่งสามารถให้ความเห็นเชิงวิชาชีพได้
เขาระบุว่า มาตรการที่ชัดเจนไม่เพียงเพื่อเยียวยาความรู้สึกของผู้สูญเสีย แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชน และนักลงทุนต่างชาติที่กำลังพิจารณาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของไทย


