CIB รวบ “ต้า” พันโทคอลเซ็นเตอร์แก๊งปอยเปต ก่อนหนีกลับกัมพูชา

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. จับกุม นายอมรเทพ หรือ “ต้า” อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์เครือข่าย “กองร้อยปอยเปต” ได้ภายในพื้นที่เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขณะเตรียมเดินทางกลับไปทำงานในประเทศกัมพูชา หลังสืบสวนพบมีบทบาทสำคัญในการวิดีโอคอลแต่งกายคล้ายตำรวจเพื่อข่มขู่เหยื่อให้โอนเงิน เจ้าตัวยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมเปิดเผยว่าเริ่มต้นจากการถูกชักชวนให้เป็นบัญชีม้า ก่อนผันตัวเข้าสู่ขบวนการหลอกลวงออนไลน์เต็มรูปแบบ

ตำรวจไซเบอร์ติดตามเครือข่าย “กองร้อยปอยเปต” ต่อเนื่อง

ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และทีมผู้บังคับบัญชา บก.ปอท. หลังเจ้าหน้าที่ขยายผลจากคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ก่อเหตุหลอกลวงประชาชนมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567

แนวทางสืบสวนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน ทั้งกลุ่มบัญชีม้า กลุ่มโทรศัพท์หลอกลวง และกลุ่มฟอกเงิน โดยใช้วิธีสวมบทเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานรัฐ วิดีโอคอลสร้างความหวาดกลัวให้ผู้เสียหาย ก่อนหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีที่จัดเตรียมไว้

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ก่อนหน้านี้สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้หลายราย แต่ยังมีผู้ต้องหาบางส่วนหลบหนีไปซ่อนตัวทั้งในประเทศและตามแนวชายแดน รวมถึงมีหัวหน้าขบวนการชาวจีนที่ยังอยู่ระหว่างติดตามตัว

รวบคาจตุจักร ก่อนข้ามแดนกลับปอยเปต

จากการข่าวของชุดสืบสวนพบว่า นายอมรเทพ ซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย กำลังเตรียมเดินทางกลับไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อกลับไปทำงานกับขบวนการเดิมอีกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ก่อนเข้าจับกุมได้เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในหลายข้อหาร้ายแรง อาทิ ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อั้งยี่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สมคบฟอกเงิน ฟอกเงิน และปลอมเอกสารราชการ

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่สะท้อนการขยายตัวของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ซึ่งใช้ฐานปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลในการหลอกลวงประชาชนไทยอย่างต่อเนื่อง

ผู้ต้องหารับสารภาพ เคยแต่งตัวคล้ายตำรวจข่มขู่เหยื่อ

ระหว่างการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าเพิ่งเดินทางกลับเข้าประเทศไทยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และกำลังจะกลับไปทำงานต่อที่กัมพูชา แต่ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้เสียก่อน

นายอมรเทพให้การเพิ่มเติมว่า ช่วงแรกถูกหลอกให้ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า ก่อนจะได้รับบทบาทใหม่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำหน้าที่แต่งกายคล้ายตำรวจและวิดีโอคอลพูดคุยกับผู้เสียหาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและกดดันให้รีบโอนเงิน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า วิธีการดังกล่าวเป็นรูปแบบที่พบมากขึ้นในคดีอาชญากรรมออนไลน์ยุคใหม่ เนื่องจากคนร้ายใช้ภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐสร้างความหวาดกลัวและเร่งรัดให้เหยื่อตัดสินใจโดยไม่ทันตรวจสอบข้อมูล

ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ วาระสำคัญด้านความมั่นคงไซเบอร์

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถูกยกระดับเป็นประเด็นด้านความมั่นคง เนื่องจากสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจำนวนมาก และกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบดิจิทัลและหน่วยงานรัฐ

หน่วยงานด้านความมั่นคงและตำรวจไซเบอร์จึงเพิ่มมาตรการสกัดเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีฐานปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมักใช้แรงงานคนไทยร่วมก่อเหตุในลักษณะขบวนการข้ามชาติ

Woman in a black blazer speaks into a handheld microphone against a wooden backdrop.

อดีตนายกฯ เมืองในแคลิฟอร์เนีย รับผิดคดีสายลับให้จีน