กลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 ราย นำโดย น.ส.นลิน โรจนวัทธิกร ผู้ก่อตั้งเพจ “ห้วยแถลง” เข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับ “ช่างหนึ่ง หวานเจี๊ยบ” ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ถูกกล่าวหาว่ารับงานสร้างบ้านและเรียกเก็บเงินจากลูกค้า แต่ไม่ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญา สร้างความเสียหายรวมหลายล้านบาท โดยผู้เสียหายบางรายต้องสูญเงินเก็บทั้งชีวิต ขณะที่มีข้อมูลว่าหนึ่งในผู้เสียหายเกิดความเครียดอย่างหนักจนตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง
ผู้เสียหายแฉพฤติการณ์ เรียกเงินเพิ่มก่อนทิ้งงาน
บรรยากาศที่ศูนย์รับแจ้งความ บช.ก. เต็มไปด้วยกลุ่มผู้เสียหายจากหลายจังหวัดที่เดินทางเข้าร้องทุกข์ เพื่อขอให้กองปราบปรามรับคดีไว้ดำเนินการ หลังอ้างว่าถูกผู้รับเหมารายดังกล่าวหลอกให้ทำสัญญาก่อสร้างบ้าน ก่อนทยอยเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมในหลายรูปแบบ
นายมลเทียน หวังชมกลาง หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนติดต่อผู้รับเหมาผ่านช่องทางออนไลน์ และตกลงว่าจ้างสร้างบ้านชั้นเดียวลักษณะห้องแถว โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้างไว้ประมาณ 10 เดือน
อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้เพียงบางส่วน เช่น งานโครงสร้างและมุงหลังคา ผู้รับเหมากลับหยุดงานและเริ่มบ่ายเบี่ยงการติดต่อ พร้อมอ้างปัญหาหลายประการเพื่อขอเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายไม่สามารถติดต่อได้อีก
ผู้เสียหายหลายรายระบุในทิศทางเดียวกันว่า ผู้รับเหมามีพฤติกรรมเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมทั้งค่าวัสดุ ค่าแรง และค่าอุปกรณ์ โดยอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วน ทำให้เจ้าของบ้านจำนวนมากหลงเชื่อและทยอยโอนเงินเพิ่ม แม้งานก่อสร้างจะมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย
ครอบครัวสูญเงินเกือบล้าน บ้านไม่เสร็จต้องอยู่ในโรงรถ
ด้าน นางนยา เที่ยงธรรม ผู้เสียหายอีกราย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนตัดสินใจขายที่ดินเพื่อนำเงินมาสร้างบ้านให้บิดาที่พิการ โดยโอนเงินค่าก่อสร้างให้ผู้รับเหมารวมเกือบ 950,000 บาท
แต่หลังจากจ่ายเงินไป บ้านกลับสร้างไม่เสร็จตามสัญญา ปัจจุบันตนและครอบครัวต้องอาศัยอยู่ภายในโรงรถอย่างยากลำบาก ขณะที่โครงสร้างบ้านบางส่วนเริ่มผุพังและมีสนิม เนื่องจากถูกปล่อยทิ้งไว้นานหลายเดือน
นางนยา ระบุว่า สิ่งที่ได้รับจากเงินเกือบหนึ่งล้านบาท มีเพียงการเทคานและโครงเหล็กบางส่วนเท่านั้น อีกทั้งพื้นที่ก่อสร้างยังเกิดน้ำท่วมขัง จนสร้างความเสียหายเพิ่มเติมต่อทรัพย์สินเดิมของครอบครัว
กรณีดังกล่าวสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากในวงการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งผู้บริโภคจำนวนมากอาจขาดความรู้ด้านสัญญา การตรวจสอบประวัติผู้รับเหมา และการบริหารงวดงาน ทำให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงได้ง่าย
ร้องขอกองปราบฯ รับคดี หลังท้องที่มองเป็นคดีแพ่ง
น.ส.นลิน โรจนวัทธิกร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.โนนสูง จังหวัดนครราชสีมา แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่าเป็นข้อพิพาททางแพ่ง ไม่เข้าข่ายคดีอาญา
ด้วยเหตุนี้ กลุ่มผู้เสียหายจึงต้องการให้มีการพิจารณาในมิติของคดีอาญา โดยเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้รับเหมามีลักษณะเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนและอาจมีผู้เสียหายจำนวนมาก จึงเดินทางมายื่นเรื่องต่อกองปราบปรามเพื่อขอให้รับคดีไว้ดำเนินการ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ “ช่างหนึ่ง” เคยนัดเจรจากับผู้เสียหายบางส่วนที่ สภ.คง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมขอโอกาสกลับไปสร้างบ้านให้แล้วเสร็จ แต่ผู้เสียหายส่วนใหญ่ปฏิเสธ เนื่องจากหมดความเชื่อมั่นในการดำเนินงานแล้ว
เปิดข้อมูลผู้เสียหายดับสลด หลังสูญเงินสร้างบ้าน
อีกประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจให้กับกลุ่มผู้เสียหาย คือกรณีของ “ลุงเล็ก” อายุ 59 ปี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้ว่าจ้างที่สูญเงินจากการจ้างผู้รับเหมารายนี้ ก่อนตัดสินใจจบชีวิตตัวเองจากความผิดหวังและความเครียดสะสม
น.ส.นลิน ระบุว่า มีการพบจดหมายลาตายของผู้เสียชีวิต โดยมีข้อความว่า “โง่ให้เขาหลอก” และมีการระบุชื่อผู้รับเหมารายดังกล่าวไว้ภายในจดหมายด้วย
เหตุการณ์นี้ทำให้กลุ่มผู้เสียหายเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการทางกฎหมายโดยเร็ว เนื่องจากปัจจุบันผู้รับเหมารายดังกล่าวยังคงเปิดเพจรับงานก่อสร้างตามปกติ และอาจมีประชาชนตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติม

