นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมทีมเศรษฐกิจรัฐบาล เปิดทำเนียบรัฐบาลเชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ 35 ราย เข้าร่วมเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อระดมความเห็นฟื้นเศรษฐกิจและกำหนดทิศทางปรับโครงสร้างประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำทีมเศรษฐกิจร่วมรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน ก่อนต่อยอดผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดผลจริงภายใน 6 เดือน
รัฐบาลดึงเอกชนร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจใหม่
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปิดเผยว่า เวทีหารือครั้งนี้ถือเป็นการเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนสะท้อนปัญหาและข้อเสนออย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้รัฐบาลนำไปกำหนดนโยบายเศรษฐกิจที่สอดรับกับสถานการณ์โลกและการแข่งขันรูปแบบใหม่
หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลระบุว่า โครงสร้างเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน ทั้งด้านเทคโนโลยี พลังงาน และรูปแบบการลงทุน ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัว โดยรัฐบาลต้องการรับฟังว่าภาคธุรกิจต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนด้านใด เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
เขาย้ำว่า รูปแบบการทำงานในยุคนี้จะต่างจากอดีตที่ภาครัฐเป็นผู้กำหนดทิศทางหลัก แต่จะเปลี่ยนเป็นการทำงานคู่ขนานระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามามีบทบาทนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด
ฟื้นกลไก กรอ. เร่งผลักดันนโยบายสู่ภาคปฏิบัติ
รัฐบาลเตรียมนำข้อเสนอทั้งหมดเข้าสู่กลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ. ซึ่งถูกวางให้กลับมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังนายกรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางฟื้นบทบาทของคณะกรรมการชุดดังกล่าว
นายเอกนิติ อธิบายว่า กรอ. รูปแบบใหม่จะเน้นความคล่องตัวมากขึ้น และเปลี่ยนบทบาทจาก “รัฐนำ เอกชนตาม” ไปสู่โมเดลที่ภาคเอกชนเป็นผู้นำในประเด็นที่มีความเชี่ยวชาญ ขณะที่รัฐบาลจะทำหน้าที่สนับสนุน โดยเฉพาะการปลดล็อกกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน
เป้าหมายสำคัญของรัฐบาลคือการผลักดันมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 6 เดือน พร้อมติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจเกิดผลในทางปฏิบัติจริง
ชู AI-พลังงานสะอาด-การศึกษา ยุทธศาสตร์หลักเศรษฐกิจไทย
สำหรับแนวทางยกระดับเศรษฐกิจไทย รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนผ่านหลายเครื่องยนต์สำคัญ ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Green Economy รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาและการปฏิรูประบบราชการ เพื่อให้ทันต่อบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลมองว่า หากประเทศไทยสามารถปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อการลงทุนได้ จะช่วยดึงเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
เปิดรายชื่อรัฐมนตรีร่วมวงหารือภาคธุรกิจ
เวทีหารือครั้งนี้มีรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐเข้าร่วมจำนวนมาก รวมกว่า 20 กระทรวงและหน่วยงานสำคัญ อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมถึงปลัดกระทรวงและหัวหน้าหน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญ เช่น สำนักงบประมาณ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงแรงงาน เพื่อรับฟังปัญหาโดยตรงจากภาคเอกชนและเร่งผลักดันการแก้ไขเชิงนโยบาย
รวมเจ้าสัว-ซีอีโอยักษ์ใหญ่ร่วมวงดินเนอร์ทำเนียบ
รายชื่อผู้บริหารที่ตอบรับเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศ ทั้งค้าปลีก พลังงาน การเงิน ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมการผลิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวนนี้มี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารจากกลุ่มค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ เช่น นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองทางเศรษฐกิจด้วย
ทำเนียบจัดดินเนอร์รับเอกชน สะท้อนแนวทางรัฐเปิดกว้าง
ภายหลังการหารือช่วงกลางวัน นายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้เข้าร่วมที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 19.00 น. โดยการจัดงานได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาและโรงแรมวังสวนสุนันทา
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นอกจากเป็นการสร้างบรรยากาศหารืออย่างไม่เป็นทางการแล้ว ยังเป็นเวทีแสดงศักยภาพของนักศึกษาไทยด้านงานบริการและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าหารือเชิงลึกรายอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

