นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี แสดงความคิดเห็นต่อกรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่า สัญญาณการระดมมวลชนและการเชิญชวนประชาชนออกมาต้อนรับสะท้อนว่าอดีตนายกฯ ยังไม่ถอนตัวจากบทบาททางการเมือง พร้อมมองว่าการกลับมาเคลื่อนไหวย่อมส่งผลต่อบรรยากาศการเมืองไทยไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าหากทุกอย่างดำเนินไปตามกฎหมายและไม่ปลุกระดมสร้างความขัดแย้ง ก็ไม่มีประเด็นน่ากังวล
หมอวรงค์มอง “ทักษิณ” ได้สิทธิพักโทษตามกฎหมาย
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กล่าวถึงกรณีการพักโทษของ ทักษิณ ชินวัตร ว่า แม้ที่ผ่านมาเขาจะมองว่ากระบวนการบางช่วงมีลักษณะของการใช้อภิสิทธิ์เหนือประชาชน โดยเฉพาะประเด็นการรักษาตัวจากอาการป่วยและการหลีกเลี่ยงการรับโทษในเรือนจำ แต่เมื่อศาลมีคำพิพากษาและอดีตนายกรัฐมนตรีเข้าสู่กระบวนการจำคุก ก็ถือว่าได้เข้าสู่กลไกตามกฎหมายแล้ว
หัวหน้าพรรคไทยภักดีระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันนายทักษิณรับโทษมาแล้วประมาณ 8 เดือน และเมื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์การพักโทษที่มีการแก้ไขกฎกระทรวงในปี 2564 ก็ถือว่าเข้าเงื่อนไขได้รับสิทธิพักโทษตามกฎหมายเช่นเดียวกับผู้ต้องขังรายอื่น จึงมองว่าเป็นเรื่องที่สามารถยอมรับได้ภายใต้หลักนิติรัฐ
สัญญาณระดมมวลชน สะท้อนยังมีบทบาททางการเมือง
เมื่อถูกถามถึงผลกระทบทางการเมืองหลังการพักโทษ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม มองว่า ท่าทีของกลุ่มผู้สนับสนุนที่เริ่มจัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชนมาต้อนรับ รวมถึงการระดมมวลชนในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา เป็นสัญญาณชัดเจนว่า ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่ได้วางมือจากการเมือง
อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้ผิดกฎหมาย เพราะทุกคนมีสิทธิในการแสดงออกและทำกิจกรรมทางการเมืองได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย เพียงแต่ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการปลุกเร้าความขัดแย้งหรือสร้างบรรยากาศแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในสังคมเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
เตือนทุกฝ่ายเคารพกฎหมาย ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง
หัวหน้าพรรคไทยภักดียังกล่าวว่า บทเรียนทางการเมืองตลอดหลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ปัญหาความขัดแย้งจำนวนมากเกิดจากการไม่เคารพกฎหมายและกติกาของสังคม ดังนั้นไม่ว่าบุคคลใดจะกลับมามีบทบาททางการเมือง ก็ต้องอยู่ภายใต้หลักนิติธรรมเช่นเดียวกัน
เขามองว่า หากการเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นไปตามกฎหมาย ก็ไม่มีเหตุผลที่สังคมต้องวิตกกังวล แต่หากมีการใช้มวลชนเพื่อปลุกระดมหรือกดดันทางการเมืองจนเกินขอบเขต ก็อาจกลายเป็นปัจจัยที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อสถานการณ์การเมืองไทยได้อีกครั้ง
ย้ำภารกิจส่วนตัวสิ้นสุด หลังทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ยังเปิดเผยว่า หลังจากศาลมีคำพิพากษาและ ทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่กระบวนการรับโทษ ตนแทบไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นดังกล่าวอีก เพราะมองว่าหน้าที่ของตนในฐานะภาคการเมืองและภาคประชาชนได้สิ้นสุดลงแล้ว
เขายืนยันว่า ที่ผ่านมาออกมาแสดงจุดยืนเพื่อเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามคำพิพากษา ก็ถือว่าเป็นไปตามหลักการที่เรียกร้องมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่าตนเคารพการตัดสินของศาลและชื่นชมที่มีการเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคไทยภักดีย้ำว่า หากในอนาคตมีการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเกิดจากบุคคลทางการเมือง รัฐบาล หรือฝ่ายใดก็ตาม ทุกภาคส่วนยังคงต้องร่วมกันตรวจสอบและปกป้องหลักนิติรัฐเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งซ้ำรอยในสังคมไทย

