นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงโอกาสเข้าพบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังได้รับการพักโทษว่า เป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ และไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเคยทำงานร่วมกันมาก่อน พร้อมระบุว่าควรมองบรรยากาศทางการเมืองในเชิงบวก หากทุกฝ่ายทำงานด้วยความสุจริตใจเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนก็ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวล โดยคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ท่ามกลางความสนใจของสังคมต่อทิศทางการเมืองหลังการพักโทษของอดีตผู้นำประเทศ
นายกฯ ยินดี “ทักษิณ” ได้กลับบ้าน ขอให้มีเวลาส่วนตัว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษและเดินทางกลับบ้านว่า ตนในฐานะอดีตผู้ใต้บังคับบัญชารู้สึกยินดีกับนายทักษิณและครอบครัว พร้อมเห็นว่าช่วงเวลานี้ควรเปิดโอกาสให้อดีตนายกรัฐมนตรีได้ใช้ชีวิตส่วนตัวและปรับตัวกับครอบครัวหลังพ้นโทษ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้ยังมีกระบวนการทางกฎหมายที่นายทักษิณต้องดำเนินการต่อไป จึงควรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน พร้อมย้ำว่าการให้พื้นที่ส่วนตัวถือเป็นเรื่องเหมาะสมในช่วงเวลาที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวว่า การที่นายทักษิณกลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างยิ้มแย้ม ถือเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายรู้สึกดีใจ และควรให้ความเคารพต่อสิทธิส่วนบุคคลของอดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะประชาชนคนหนึ่ง
รับมีโอกาสพบ “ทักษิณ” ชี้คนเคารพกันพบกันไม่ใช่เรื่องผิด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ที่จะเดินทางไปพบ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นการส่วนตัวหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบทันทีว่า “มีอยู่แล้ว” หลังจากทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี พร้อมอธิบายว่า กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ไม่มาก การพบปะบุคคลที่เคยรู้จักและเคารพนับถือกันมาย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก
คำกล่าวดังกล่าวถูกจับตาในเชิงการเมือง เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณถึงความสัมพันธ์ส่วนบุคคลระหว่างผู้นำรัฐบาลกับอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังคงมีอิทธิพลทางการเมืองและได้รับความสนใจจากสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ระบุกรอบเวลาหรือรายละเอียดเกี่ยวกับการพบปะดังกล่าว โดยย้ำเพียงว่าควรปล่อยให้สถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายและเป็นไปอย่างเหมาะสมก่อน
“อนุทิน” ขอทุกฝ่ายมองการเมืองเชิงบวก เพื่อประโยชน์ประเทศ
ในประเด็นบรรยากาศทางการเมืองหลังจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่า อยากให้ทุกฝ่ายมองสถานการณ์ในแง่บวก และเชื่อว่าหากการทำงานทางการเมืองตั้งอยู่บนความสุจริตใจ และมุ่งสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องวิตกกังวล
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า หากสิ่งที่ทำลงไปก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนจำนวนมาก แม้สุดท้ายอาจต้องเผชิญกับความผิดพลาดหรือข้อกล่าวหา ก็พร้อมยอมรับ เพราะถือว่าเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ทำเพื่อส่วนรวม
ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนท่าทีของรัฐบาลที่พยายามลดแรงกดดันทางการเมืองภายหลังการพักโทษของนายทักษิณ ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั้งฝ่ายการเมือง ภาคประชาชน และนักวิเคราะห์การเมืองอย่างต่อเนื่อง

