คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงผลปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 หลังเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมยึดเอกสารสำคัญ กระดาษคำตอบ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนมาก พบพฤติการณ์แก้ไขคำตอบสอบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อช่วยผู้สมัครที่จ่ายเงินแลกกับการสอบผ่าน โดยมีการเรียกรับเงินรายละ 350,000-800,000 บาท คาดมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 4,500 ล้านบาท และเตรียมขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ
ป.ป.ช.บุกค้นนนทบุรี พบหลักฐานสำคัญคดีแก้คะแนนสอบ
นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจค้นเป้าหมายในจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่พบกลุ่มบุคคลกำลังดำเนินการแก้ไขเอกสารต้องสงสัยในช่วงเวลาเดียวกับที่เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการ จึงสามารถตรวจยึดเอกสารจำนวนมาก รวมถึงสำเนากระดาษคำตอบและคอมพิวเตอร์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังได้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมากกว่า 10 คนเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการสืบสวนและขยายผลไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ที่มีบทบาทเชื่อมโยงระหว่างผู้สมัครสอบและกระบวนการแก้ไขผลสอบ
เผยกลโกงใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แก้คำตอบหลังสอบเสร็จ
ด้าน นายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า คดีนี้เริ่มต้นจากข้อมูลร้องเรียนที่ชี้ว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบสอบอย่างเป็นระบบ เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมในพื้นที่เป้าหมายต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานและขอหมายค้นจากศาล
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ากระบวนการทุจริตมีการจัดทำชุดคำตอบที่ถูกต้องไว้ล่วงหน้า จากนั้นนำข้อมูลผู้สมัครที่จ่ายเงินเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หากผลสอบไม่ผ่าน จะมีการปรับแก้คำตอบหรือคะแนนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สอดคล้องกับผลสอบที่ต้องการ ก่อนส่งกลับเข้าสู่กระบวนการประกาศผลอย่างเป็นทางการ
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การสอบครั้งดังกล่าวเปิดรับสมัครรวม 87 ตำแหน่ง จำนวน 1,669 อัตราทั่วประเทศ และมีข้อมูลว่ามีการเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาท สำหรับตำแหน่งทั่วไป ไปจนถึง 700,000-800,000 บาท ในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง
ตำรวจ ปปป. ชี้เป็นปฏิบัติการเชิงรุกสกัดคนไร้คุณภาพเข้าราชการ
พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รองผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กล่าวว่า การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน แต่ครั้งนี้ถือเป็นปฏิบัติการเชิงรุกที่มุ่งตัดวงจรการนำบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าสู่ระบบราชการ
ผลการตรวจค้นทำให้เจ้าหน้าที่ได้รายชื่อ เอกสาร และข้อมูลสำคัญจำนวนมาก ซึ่งจะถูกนำไปตรวจสอบเส้นทางการเงิน ความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ที่อาจได้รับประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว เพื่อขยายผลไปยังต้นตอของขบวนการทั้งหมด
ขยายผลถึงผู้บรรจุแล้ว หากพบโกงอาจถูกเพิกถอนตำแหน่ง
พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รองผู้กำกับการ 2 บก.ปปป. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติของสถานที่เป้าหมายจากพฤติกรรมการเข้าออกของบุคคลจำนวนมากในช่วงเย็นหลังเวลาราชการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้เกิดข้อสงสัยและนำไปสู่การสืบสวนเชิงลึก
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบรูปแบบการดำเนินงานในส่วนปลายทางแล้ว แต่ยังต้องสืบสวนย้อนกลับไปยังผู้ประสานงาน ตัวกลางเรียกรับผลประโยชน์ และผู้มีอำนาจในกระบวนการต้นทาง โดยมีการตรวจสอบบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นนายหน้าจัดหาผู้สมัครที่ต้องการจ่ายเงินเพื่อแลกกับการสอบผ่าน
ด้าน ป.ป.ช. ยืนยันว่า แม้ผู้ที่เกี่ยวข้องบางรายจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการแล้ว หากพบหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการทุจริต ก็สามารถถูกดำเนินการทางอาญาและทางวินัยย้อนหลังได้ รวมถึงอาจนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิหรือสถานะการรับราชการตามกระบวนการกฎหมาย
คาดมูลค่าทุจริตแตะ 4.5 พันล้านบาท เร่งสาวถึงต้นตอขบวนการ
จากข้อมูลพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ เจ้าหน้าที่ประเมินว่าเมื่อคำนวณจากจำนวนตำแหน่งที่เปิดสอบและอัตราเงินที่ถูกเรียกรับในแต่ละตำแหน่ง มูลค่าความเสียหายของขบวนการดังกล่าวอาจสูงถึงประมาณ 4,500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. ระบุว่าการสอบสวนยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเชิงลึก เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงและขยายผลไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

