DSI รับคดีหลอกลงทุน Forex เป็นคดีพิเศษ สอบเส้นทางการเงิน ขยายผลแชร์ลูกโซ่และฉ้อโกง ผู้เสียหายกว่า 500 ราย

DSI รับคดีหลอกลงทุน Forex เป็นคดีพิเศษ เดินหน้าขยายผลเส้นทางการเงิน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เดินหน้าสอบสวนคดีหลอกลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือ Forex หลัง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงนามรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 โดยเบื้องต้นรับดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก่อนขยายผลไปยังความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งคดีแชร์ลูกโซ่ กฎหมายหลักทรัพย์ และฉ้อโกงประชาชน หลังพบผู้เสียหายกว่า 500 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงบุคคลมีชื่อเสียงและนักการเมือง

DSI เซ็นรับคดีพิเศษ หลังพบพฤติการณ์เข้าข่ายหลอกลงทุนออนไลน์

ความคืบหน้าคดีหลอกลวงการลงทุน Forex ที่อยู่ในการตรวจสอบของ DSI ล่าสุด อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ลงนามรับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษแล้ว ภายใต้ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

การพิจารณารับเป็นคดีพิเศษมีขึ้นหลังคณะพนักงานสืบสวนที่ 52/2569 รวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เสียหายและการตรวจค้นเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการโฆษณา ชักชวน และเผยแพร่ข้อมูลการลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศผ่านระบบอินเทอร์เน็ตในวงกว้าง แต่ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบลักษณะการดำเนินงานที่อาจเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุน

ขยายผลสอบครอบคลุมแชร์ลูกโซ่ หลักทรัพย์ และฉ้อโกงประชาชน

แหล่งข่าวจาก DSI เปิดเผยว่า แม้จะรับคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นฐานความผิดแรก แต่พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างขยายผลไปสู่กฎหมายฉบับอื่นที่เกี่ยวข้อง

คดีดังกล่าวมีแนวโน้มเชื่อมโยงกับความผิดหลายฐาน อาทิ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546 รวมถึงความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่งล้วนเป็นกฎหมายสำคัญที่ใช้ดำเนินคดีกับขบวนการระดมทุนผิดกฎหมาย

ปฏิบัติการ “Shutdown the Laundering” ยึดทรัพย์มูลค่าสูงหลายรายการ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 DSI โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้เปิดปฏิบัติการภายใต้ชื่อ “Shutdown the Laundering” เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล

เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมาก ทั้งเงินสดกว่า 65 ล้านบาท รถยนต์หรู รถซูเปอร์คาร์ สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และ USDT รวมถึงเครื่องประดับ ทองคำ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเอกสารสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน เพื่อนำไปใช้ประกอบการสืบสวนสอบสวนและวิเคราะห์เส้นทางการเงิน

ผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายทะลุพันล้านบาท

ข้อมูลจากการสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า มีผู้เสียหายจากการลงทุนผ่านเครือข่ายดังกล่าวมากกว่า 500 ราย และมีมูลค่าความเสียหายรวมเกิน 1,000 ล้านบาท

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้เร่งสอบปากคำผู้เสียหาย รับคำร้องทุกข์เพิ่มเติม และตรวจสอบข้อมูลจากบัญชีธนาคาร โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และกระเป๋าเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างธุรกรรมทางการเงินของเครือข่ายทั้งหมด

ปมเส้นทางเงินโยงบุคคลมีชื่อเสียง ยังไม่มีการออกหมายเรียก

กรณีที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึง นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม รัฐภูมิ ซึ่งถูกกล่าวถึงในฐานะผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์นั้น

ล่าสุด DSI ระบุว่ายังไม่มีการออกหมายเรียกบุคคลใดเข้าชี้แจงในฐานะพยานหรือผู้ต้องหา เนื่องจากกระบวนการสอบสวนยังอยู่ในช่วงรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เสียหายจำนวนมาก ขณะที่ทั้งสองบุคคลยังไม่ได้ติดต่อเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมแต่อย่างใด

DSI เปิดรับข้อมูลผู้เสียหายเพิ่มเติม

กรมสอบสวนคดีพิเศษยังคงเปิดรับข้อมูลจากประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนซื้อขาย Forex นอกระบบ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับโบรกเกอร์และผู้แนะนำการลงทุน หรือ IB (Introducing Broker) ที่อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือผู้เสียหายเร่งเข้าให้ข้อมูลและส่งมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกระบวนการกฎหมาย

ป.ป.ช.ทลายขบวนการโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น 1,669 อัตรา

ป.ป.ช.ทลายขบวนการโกงสอบท้องถิ่น 1,669 อัตรา เสียหายพุ่ง 4.5 พันล้าน

ครม.เห็นชอบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท ทุกสายในกรุงเทพฯ

ครม.เห็นชอบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท ตั้งเป้าเริ่มใช้ปีใหม่ 2570